ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
จำแนกเป็นวิสุทธิ ๗
คำว่า อุปปนฺนานํ กุสลานํ ภิยฺโยภาวาย (เพื่อยังกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญ
ยิ่งๆ ขึ้นไป) มีความหมายว่า เพื่อยังกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญเพิ่มพูนยิ่งด้วยการทำ
ให้ถึงความไม่เสื่อมสูญ[คืออรหัตผล]ในกระแสจิตของตนโดยใคร่ครวญว่า กุศลธรรมมีศีล
เป็นต้นที่เกิดขึ้นแล้วในเราย่อมไม่อาจกล่าวว่าเป็นคุณธรรมของเราราบเท่าที่ยังไม่หยั่งลงสู่
อริยมรรค กุศลธรรมเหล่านั้นจักเสียหายไปในวันพรุ่งนี้ วันมะรืนนี้ หรือเมื่อถึงภพอื่น
ความเพียรที่เกิดขึ้นอย่างใดอย่างหนึ่งในประเภททั้ง ๔ นี้ ย่อมทำให้หน้าที่ ๔
อย่างสำเร็จได้ แต่ในคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่า “มคุคภุคเณ เอว เอกสฺส ตสฺส จตุกิจฺจสารภกตา
วุตฺตา.”๓๓ (ความเพียรอย่างเดียวนั้นทำให้สำเร็จหน้าที่ ๔ อย่างในขณะเกิดมรรคเท่านั้น)
[เมื่อบุคคลประกอบความเพียรในวิสุทธิ ๗ ครั้นเจริญภาวนาจนมีกำลังมากจนกระทั่ง
บรรลุวิปัสสนาญาณ อกุศลที่เคยเกิดขึ้นแล้วก็เป็นอันถูกขจัดไป อกุศลที่ยังมิได้เกิดย่อมไม่เกิดขึ้น กุศล
ที่ยังมิได้เกิดย่อมเกิดขึ้น และกุศลที่เกิดขึ้นแล้วย่อมถึงความไพบูลย์ ดังนั้น ความเพียรที่ เกิดขึ้น
อย่างใดอย่างหนึ่งในประเภททั้ง ๔ นี้ จึงทำให้หน้าที่ ๔ อย่างสำเร็จได้ แต่ในคัมภีร์อรรถกถา
หมายถึงความเพียรขั้นสูงสุดในขณะเกิดอริยมรรค การใช้คำในลักษณะเช่นนี้เรียกว่า อุกกัฏฐนัย
คือ การกำหนดข้อที่สุดสูงโดยไม่หมายเอาสิ่งทั่วไป เช่นคำว่า อภิรูปสฺส กญฺญา ทาตพฺพา (พึงให้
สาวน้อยแก่หนุ่มรูปงาม) ในข้อนี้เป็นที่รู้ได้ว่าหญิงสาวที่ให้แก่ชายหนุ่มก็เป็นหญิงรูปงามเพราะมี
คำกล่าวว่า หนุ่มรูปงาม]
๓๒. อิทธิ คือ ความสำเร็จ หมายความว่า บริบูรณ์ คือความเกิดขึ้นแห่งความ
เพียรนั้นๆ
ความสำเร็จนั้นมี ๕ อย่างโดยสังเขป คือ ความสำเร็จในการหยั่งรู้สภาวธรรมที่
ควรรู้ (อริยสัจี่) ความสำเร็จในการกำหนดรู้ธรรมที่พึงกำหนดรู้ (ทุกขสัจ) ความสำเร็จ
ในการละธรรมที่ควรละ (สมุทัยสัจ) ความสำเร็จในการกระทำให้แจ้งธรรมที่ควรทำ
ให้แจ้ง (นิโรธสัจ) และความสำเร็จในการเจริญธรรมที่ควรเจริญ (มรรคสัจ)
อีกนัยหนึ่ง อิทธิ คือ ธรรมที่สำเร็จ