ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
สติอย่างหนึ่งปรากฏ ๘ ที่ด้วยประเภทของสติปัฏฐาน ๔ อินทรีย์ พละ โพชฌงค์
และองค์ของมรรค
สมาธิอย่างหนึ่งปรากฏ ๔ ที่ด้วยประเภทของอินทรีย์ พละ โพชฌงค์ และองค์
ของมรรค
ปัญญาอย่างหนึ่งปรากฏ ๕ ที่ด้วยประเภทของอิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์
และองค์ของมรรค
ศรัทธาอย่างหนึ่งปรากฏ ๒ ที่ด้วยประเภทของอินทรีย์และพละ
๔๑. ธรรม ๓๗ อย่างมีอารมณ์และขณะต่างกันในเบื้องแรก[เมื่อเกิดวิปัสสนาญาณ]
แต่ในขณะเกิดมรรคผล วิริยะซึ่งปรากฏ ๙ ที่รับพระนิพพานเป็นอารมณ์เหมือนกัน ย่อม
เป็นไปคราวหนึ่งทำกิจ ๙ อย่างสำเร็จได้ด้วยการกำจัดเหตุปัจจัยของอกุศลธรรมที่เป็น
ปฏิปักษ์กับตน ธรรมซึ่งปรากฏ ๘ ที่เป็นต้นก็มีนัยเดียวกัน ธรรมเหล่านั้นจึงปรากฏพร้อม
กันหมด ใน[โลกุตตร]จิตดวงหนึ่งในขณะเดียวกัน ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า สพเพ โลกุตตฺเร
โหนติ (โพธิปักขิยธรรมทั้งหมดย่อมปรากฏในโลกุตตรจิต)
ในคำว่า น วา สงกปปปตีติโย (สังกัปปะและปิติย่อมไม่ปรากฏในโลกุตตรจิตเป็น
บางครั้ง) นี้ คำว่า วา (เป็นบางครั้ง) มีความหมายเหมือนคำว่า กุจจิ (ในบางคราว)
หมายความว่า สังกัปปะบางครั้งย่อมไม่ปรากฏในโลกุตตรจิตที่ประกอบกับทุติยฌานเป็นต้น
ส่วนปิติบางครั้งไม่ปรากฏในโลกุตตรจิตที่ประกอบกับจตุตถฌานเป็นต้น
คำว่า โลกิยปิ (ในโลกิยจิต) คือ ในกุศลจิตและกิริยจิตที่เป็นโลกิยะมีกามาวจร-
กุศลเป็นต้นซึ่งเป็นไปด้วยการชำระศีลให้หมดจด
คำว่า ยถาโยคํ (ตามสมควร) มีความหมายว่า ตามสมควรแก่วิริตี ๓ เป็นต้นที่
ควรประกอบในกิจคือการชำระศีล การเจริญสมถะ และการกำหนดรู้นามรูปเป็นต้น
บาทคาถาว่า ฉพฺพิสุทฺธิปวตฺตยํ (ในเวลาที่วิสุทธิ ๖ ปรากฏขึ้น) มีความหมายว่า
ในเวลาที่วิสุทธิ ๖ มีศีลวิสุทธิเป็นต้นปรากฏตามลำดับ