ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
กับจิต หมายความว่า เหล่าสัตว์ย่อมสำคัญว่าความสุขทุกข์ไม่เที่ยง ทุกข์ย่อมไม่มีแก่ผู้
บรรลุสุข สุขย่อมไม่มีแก่ผู้ถึงทุกข์ สัญญาไม่เที่ยง บางครั้งหลงลืม บางครั้งก็ไม่หลงลืม
วิริยะไม่เที่ยง บางครั้งอุตสาหะ บางครั้งย่อท้อ ความโลภไม่เที่ยง เกิดขึ้นในบางครั้ง ไม่
เกิดในบางครั้ง ความโกรธไม่เที่ยง เกิดขึ้นในบางครั้ง ไม่เกิดในบางครั้ง สัทธาไม่เที่ยง
บางครั้งมีจิตเลื่อมใส บางครั้งไม่เลื่อมใส หรือปัญญาไม่เที่ยง บางครั้งรู้ข้อความที่ควรรู้ได้
บางครั้งก็รู้ไม่ได้ ความไม่เที่ยงของเจตสิกธรรมประจักษ์ชัดแก่ชนชาวโลกบางคนอย่างนี้
แต่ความไม่เที่ยงของจิตไม่ประจักษ์ เพราะว่าเหล่าสัตว์มักไม่สำคัญว่าจิตเป็น
ธรรมชาติไม่เที่ยง เกิดขึ้นบ้าง ดับไปบ้าง แต่มักสำคัญว่าจิตเที่ยงโดยดำริว่า จิตปรากฏ
อยู่เสมอ มีสุขบ้าง มีทุกข์บ้าง
โดยประการดังนี้ ในธรรมที่ชาวโลกหมายรู้ว่าเที่ยง จิตเป็นสภาพที่เหล่าสัตว์สำคัญ
ว่าเที่ยงอย่างยิ่งยวด ดังนั้น พระผู้มีพระภาคจึงทรงแสดงขันธ์โดยกระทำจิตให้เป็นขันธ์
เฉพาะอย่างหนึ่ง
(๒๒๗) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “ขันธ์ ๕ เท่านั้น ตรัสไว้โดยจำแนกตามนัยของ
ภาชนะ โภชนะ กับข้าว พ่อครัว และผู้บริโภค” เมื่อจะอธิบายข้อความนั้นได้กล่าวว่า “รูป
เหมือนกับภาชนะ เพราะเป็นที่อาศัยของเวทนา เวทนาเหมือนโภชนะ เพราะเป็นสิ่งพึงบริโภค
สัญญาเหมือนกับข้าว เพราะเป็นเหตุให้ได้รับความพอใจด้วยเวทนา สังขารเหมือนพ่อครัว
เพราะปรุงแต่ง ส่วนวิญญาณเหมือนคนบริโภค เพราะเข้าไปบริโภค[อารมณ์] ความประจักษ์
ชัดแห่งข้อความที่ประสงค์แล้วย่อมมีด้วยขันธ์เพียงเท่านี้ พระพุทธองค์จึงตรัสขันธ์ ๕ ไว้”
ข้อความนั้นไม่พึงเชื่อถือว่าเป็นสาระ เพราะไม่พบในคัมภีร์อรรถกถา๕๓ เกี่ยวกับการตัดสิน
ข้อที่ขันธ์มีจำนวนมาก แต่ปรากฏในฐานะแสดงการเปรียบเทียบ ทั้งไม่ควรกล่าวว่าพระ
ผู้มีพระภาคทรงแสดงขันธ์ ๕ เท่านั้นโดยหมายถึงความประจักษ์ชัดแห่งประเภทมีภาชนะ
เป็นต้น เนื่องจากข้อความดังกล่าวหาประโยชน์มิได้
(๒๒๘) ความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์นั้นว่า “ลำดับในการแสดงก็มีเหตุอย่างนี้ เพราะ
ทรงมุ่งหมายจะแสดงตามลำดับของภาชนะ โภชนะ กับข้าว พ่อครัว และผู้บริโภค”
ข้อความนั้นก็หาสาระมิได้