Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

[คำว่า ธาตุ มีความหมาย ๓ ประการ คือ

- ธรรมที่ทรงสภาวะของตนไว้ = อตฺตโน สภาว์ ธาเรนฺตีติ ธาตุโย (กัตตุสาธนะ ธร ธาตุมีอรรถว่า ทรงไว้)

- ธรรมที่ถูกกำหนดไว้ตามสภาวะ = ยถาภาว์ ธารียันติ สลลุกขียนฺติ ววตฺถปียนฺตีติ ธาตุโย (กรรมสาธนะ ธร ธาตุมีอรรถว่า กำหนด)

- ธรรมที่ไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่ชีวะ ตามนัยนี้เรียกว่า อนิปผันนปฏิปทิกะ คือ บทที่ไม่มี่ รากศัพท์และวิเคราะห์ศัพท์ตามหลักภาษาไม่ได้]

ถามว่า : อะไรคืออาการของสัตว์ อะไรคือหน้าที่ของสัตว์

ตอบว่า : อาการของสัตว์ คือการประกอบด้วยชีวะ ส่วนหน้าที่ของสัตว์ คือความ พยายามขวนขวาย

คำว่า “เพราะมีสภาพไม่ใช่ชีวะ” คือ เพราะมีสภาพไม่ใช่ชีวะที่เชื่อถือกันอย่างนี้ ว่า วิญญาณหนึ่งย่อมเป็นไปไม่ขาดสูญตราบจนยังไม่วายชนม์ในภพหนึ่ง หรือสงสารยังไม่ จบสิ้นในภพชาติต่อๆ มา

ธรรมคือจักขายตนะเป็นต้นไม่มีอาการและหน้าที่ของสัตว์ โดยประการทั้งปวง ไม่ใช่ชีวะ และไม่ประกอบร่วมกับชีวะ โดยประการดังนี้ จักขายตนะเป็นต้นได้ชื่อว่า ธาตุ เพราะมีสภาพไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่ชีวะ

ส่วนการเปรียบลักษณะของธาตุกล่าวไว้ในคัมภีร์อรรถกถาว่า

“จักขุธาตุเหมือนหน้ากลอง รูปธาตุเหมือนไม้ตีกลอง จักขุวิญญาณธาตุเหมือนเสียง เช่นเดียวกันนี้ จักขุธาตุเหมือนผิวกระจก รูปธาตุเหมือนใบหน้า จักขุวิญญาณธาตุ เหมือนเงาหน้าในกระจก

อีกนัยหนึ่ง จักขุธาตุเหมือนเครื่องบดอ้อยหรือเครื่องบดงา รูปธาตุเหมือนท่อนอ้อย หรืองาในแท่นบด จักขุวิญญาณธาตุเหมือนน้ำอ้อยหรือน้ำมัน

เช่นเดียวกันนี้ จักขุธาตุเหมือนกล่องไม้ขีดไฟ รูปธาตุเหมือนไม้ขีดไฟ จักขุ- วิญญาณธาตุเหมือนไฟ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka