Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

[คำว่า ปีฬน ใน ปีฬนฏจ มีความหมาย ๓ ประการ คือ
- สิ่งที่ถูกบีบคั้น = ปีพิตพพนฺติ ปีฬน (ยู ปัจจัยลงในกัมมสาธนะ)
- สิ่งบีบคั้น = ปีเพตีติ ปีฬน (ยู ปัจจัยลงในกัตตุสาธนะ)
- ความบีบคั้น = ปีพียเต ปีฬน (ยู ปัจจัยลงในภาวสาธนะ)]

ในข้อนั้น บุตรผู้เกิดในครรภ์ของหญิงเข็ญใจนางหนึ่ง เป็นผู้ถูกโรคต่างๆ บีบคั้น
เสมอ ย่อมบีบคั้นมารดาด้วยทุกข์บำรุงรักษาเสมอ การที่บุตรเช่นนั้นเกิดในครรภ์ของหล่อน
เหมือนดั่งทำหน้าที่บีบคั้นหล่อน ฉันใด ธรรมมีจักขุเป็นต้นก็ถูกชรามรณะบีบคั้นเสมอ
ย่อมบีบคั้นบุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยจักขุด้วยทุกข์บำรุงรักษา การที่จักขุเป็นต้นเกิดในกระแสจิต
ของเขาก็เหมือนทำหน้าที่บีบคั้นเขา ฉันนั้น ดังพระพุทธวจนะเป็นต้นว่า

โย ภิกฺขเว จกฺขุสฺส อุปปาโท จิติ อภินิพพตฺติ ปาตุภาโว. ทุกขสุเสโล อุปปาโท.
โรกาน์ จิติ ชรามรณสฺส ปาตุภาโว. โย ภิกฺขเว โสตสฺส ฆานสฺส ชิวหาย กายสฺส มนสฺส
อุปปาโท.๕๓

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ปรากฏขึ้นของจักขุ มีอยู่ นี่คือความ
เกิดขึ้นแห่งทุกข์ ความตั้งอยู่แห่งโรค ความปรากฏแห่งชรามรณะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ปรากฏขึ้นของโสต...ฆานะ...ชิวหา...กายะ...มนะ”

คำว่า สนฺตาปฏจ (มีสภาพเร่าร้อน) มีความหมายว่า สภาพที่ร้อนรนยิ่งด้วยไฟ
๑๑ กองมีไฟราคะเป็นต้น ดังพระพุทธวจนะว่า

จกฺขุ อาทิตฺตํ. เกน อาทิตฺตํ. ราคคฺคินา อาทิตฺตํ. โทสคฺคินา โมหคฺคินา ชาติยา
ชราย มรเณน โสเกน ปริเทเวน ทุกฺเขน โทมนสฺเสน อุปายาสेन อาทิตฺตุนฺติ วทามิ. โสตํ
อาทิตฺตํ. ฆานํ อาทิตฺตํ. ชิวหา อาทิตฺตา. กาโย อาทิตฺโต. มโน อาทิตฺโต.๕๔

“จักขุเร่าร้อน เร่าร้อนด้วยอะไร เรากล่าวว่าเร่าร้อนด้วยราคะ เร่าร้อนด้วยโทสะ
เร่าร้อนด้วยโมหะ เร่าร้อนด้วยชาติ เร่าร้อนด้วย ชรา เร่าร้อนด้วยมรณะ เร่าร้อนด้วย
ความเศร้าโศก เร่าร้อนด้วยความคร่ำครวญ เร่าร้อนด้วยทุกข์ เร่าร้อนด้วยโทมนัส เร่าร้อน
ด้วยความคับแค้นใจ โสตะเร่าร้อน...ฆานะเร่าร้อน...ชิวหาเร่าร้อน...กายะเร่าร้อน...มนะ
เร่าร้อน”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka