ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
๓๗. ในบรรดารูปเหล่านั้น หทัยรูปและอินทริยรูป เป็นรูปที่เกิดจากกรรมเท่านั้น
๓๘. วิญญัติรูปทั้งสอง [คือกายวิญญัติและวจีวิญญัติ] เป็นรูปที่เกิดจากจิตเท่านั้น
๓๙. เสียงเป็นรูปที่เกิดจากจิตและอุตุ
๔๐. รูปทั้ง ๓ มีความเบาเป็นต้น ย่อมเกิดจากอุตุ จิต และอาหาร
๔๑. อวินิพโภครูป ๘ อากาศธาตุ ๑ ย่อมเกิดจากสมุฏฐานทั้ง ๔ [ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น]
๔๒. ลักขณรูปไม่เกิดจากสมุฏฐานใดๆ
๔๓. กรรมชรูป จิตตชรูป อุตุชรูป และอาหารชรูป มี ๑๘ ๑๕ ๑๓ และ ๑๒ อย่างตามลำดับ
๔๔. พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ลักขณรูป [๔] ย่อมไม่เกิดจากสมุฏฐานใดๆ เพราะลักขณรูปเหล่านั้นเป็นเพียง สภาวะของรูปที่เกิดขึ้นเป็นต้นล้วนๆ
ทั้งหมดนี้เป็นนัยแห่งสมุฏฐานของรูปในปริเฉทนี้
๔๕. รูปกลาป (กลุ่มรูป) ทั้ง ๒๑ กลุ่ม [แต่ละกลุ่ม] เกิดขึ้นขณะเดียวกัน ดับขณะเดียวกัน มีที่ตั้งเหมือนกัน ดำเนินไปด้วยกัน
๔๖. ในบรรดารูปกลาปเหล่านั้น ชีวิตรูปและอวินิพโภครูปกับจักขุ เรียกว่า จักขุทสกะ (กลุ่มรูป ๑๐ อย่างที่มีจักขุเป็นประธาน)
เช่นเดียวกันนี้ [ชีวิตรูปและอวินิพโภครูป] กับโสตะเป็นต้น พึงประกอบตามลำดับอย่างนี้ คือ โสตทสกะ ฆานทสกะ ชิวหาทสกะ กายทสกะ อิตถิภาวทสกะ ปุริสภาวทสกะ และวัตถุทสกะ