ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
คำว่า อิทปปจจยตา โปรดทราบดังต่อไปนี้
คำว่า อิทัปปัจจยะ คือ สังขตธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งพึงแสดงอย่างนี้ว่า ธรรมนี้เป็นปัจจัยของธรรมนี้ ส่วนธรรมอีกธรรมนี้เป็นปัจจัยของอีกธรรมหนึ่ง
คำว่า อิทัปปัจจยตา คือ ภาวะของธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่ง หมายถึง ลักษณะทั่วไปตามที่กล่าวไว้แล้ว มิได้หมายความ[ตามที่พระอรรถกถาจารย์กล่าว]ว่า
ปฏิจจ ผลํ สมุปปชฺชติ เอตสฺมาติ ปฏิจจสมุปปาโท. อวิชชาทิโก ปจุจยธมฺโม.๑
“คำว่า ปฏิจจสมุปบาท คือ เหตุอาศัยเกิดแห่งผล หมายถึง ปัจจัยมีอวิชชาเป็นต้น”
อิเมสํ ปจจยา อิทปปจจยา. อิทปปจจยา เอว อิทปปจจยตา.๒
“คำว่า อิทัปปัจจยะ คือ ปัจจัยของชรามรณะเป็นต้นนี้
คำว่า อิทัปปัจจยตา คือ ภาวะแห่งปัจจัยของชรามรณะเป็นต้นนี้นั่นแหละ”
ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคได้ปฏิเสธข้อความว่า “คำว่า สมุปบาท คือ การเกิดร่วมกัน” แต่ในพระบาลีพบว่าเหมือนดั่งทรงประสงค์ข้อความนี้ ดังพระพุทธวจนะว่า
กตโม จ ภิกฺขเว ปฏิจจสมุปปาโท. ชาติปจจยา ภิกฺขเว ชรามรณํ, อุปปาทา วา ตถาคตานํ อนุปปาทา วา ตถาคตานํ ฐิตาว สา ธาตุ ธมฺมฏฐิตตา ธมฺมนิยามตา อิทปปปจจยตาฯ เปฯ อวิชชาปจจยา สงขารา อุปปาทา วา ฯเปฯ อิทปปจจยตา. อิติ โข ภิกฺขเว ตตฺร ตตฺตา อวิตตตา อนญญตตา อิทปปจจยตา. อยํ วุจจติ ภิกฺขเว ปฏิจจสมุปปาโท.๓
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปฏิจจสมุปบาทเป็นไฉน ชรามรณะย่อมมีเพราะชาติเป็นปัจจัย พระตถาคตทั้งหลายเสด็จอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่เสด็จอุบัติขึ้นก็ตาม ภาวะนั้นที่เป็นความตั้งอยู่ตามธรรมดา ความแน่นอนของธรรมดา ภาวะของธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่ง ก็ดำรงอยู่...สังขารย่อมมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย พระตถาคตทั้งหลายเสด็จอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่เสด็จอุบัติขึ้นก็ตาม... ภาวะของธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่ง ก็ดำรงอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความจริงแท้ ไม่คลาดเคลื่อน ไม่เป็นอย่างอื่น ภาวะของธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งมีอยู่ในธาตุอันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้คือปฏิจจสมุปบาท”