Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

พระอนุรุทธอาจารย์ควรกล่าวคาถาในข้อนี้ว่า

นานาพุยสนผุฏฐสส โสกาทีนํ ปวตฺติติ
อวิชชาตณฺหา วฑฺฒนฺติ ยโต วฏฺฏํ ปวตฺติติ.

“อวิชชาและตัณหาที่เป็นเหตุให้วัฏฏะดำเนินไปย่อมเจริญเพิ่มพูน
เพราะความเศร้าโศกเป็นต้นของชนผู้ประสบความหายนะ ดำเนินไปอยู่”

มีพระพุทธวจนะว่า

กตโม จ ภิกฺขเว ทุกฺขสุส วิปาโก. สมฺโมหเวปุกก์ วาห์ ภิกฺขเว ทุกขํ วทามิ. ปริเยฎฐิเวปุกก์ วา.๑๕

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผลแห่งทุกข์เป็นไฉน ตถาคตกล่าวทุกข์ที่มีความหลงเป็นผล
ทุกข์ที่มีการแสวงหาเป็นผล”

ในบาลีนั้น ความหลง คืออวิชชา การแสวงหา คือตัณหา ดังนั้น ทุกข์มีชรา
มรณะ และความเศร้าโศกเป็นต้นที่มีผลคือความหลงและการแสวงหาทั้งสองจึงเรียกว่า
ทุกข์ที่มีความหลงเป็นผล และทุกข์ที่มีการแสวงหาเป็นผล

ในเรื่องนั้น ความหลง คือโมหะที่ปรากฏในพระบาลีว่า

ญาติพุยสนาทินา ผุฏโฐโสจติ ปริเทวติ อุรตาพิ กนฺทติ, สมฺโมหํ อาปชฺชติ.๑๖

“ชนผู้ประสบความหายนะแห่งญาติเป็นต้น ย่อมเศร้าโศก คร่ำครวญ ทุบอกรำให้
ถึงความหลงลืม”

ส่วนการแสวงหา คือตัณหาที่แสวงหาอันเป็นไปอย่างนี้ว่า ชนผู้ถูกทุกข์อย่างใด
อย่างหนึ่งเบียดเบียนแล้ว ย่อมต้องการสุข แสวงหาสุข ประดุจชนผู้ถูกความหิวบีบคั้น ย่อม
ต้องการอาหาร แสวงหาอาหาร หรือเหมือนชนผู้ถูกความกระหายบีบคั้น ย่อมต้องการน้ำ
แสวงหาน้ำ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka