Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ว่า วัฏสงสารที่หมุนพันเป็นนิตย์ตามนัยที่กล่าวว่า อวิชชาย่อมดำเนินไปแก่เหล่าสัตว์ผู้ถูกชรา
มรณะ และความเศร้าโศกเบียดเบียนอยู่ทุกขณะ เพราะการเกิดขึ้นของอาสวะทั้งหลาย เป็นต้น

ถามว่า : เหตุใดพระอนุรุทธอาจารย์จึงกล่าวว่า อนาทิก์ (อันไม่ปรากฏเบื้องต้น)
ท่านกล่าวถึงอวิชชาไว้ในเบื้องต้นมิใช่หรือ

ตอบว่า : ท่านกล่าวอวิชชาไว้ในเบื้องต้น หาใช่เพราะเป็นเบื้องต้นของวัฏฏะไม่
แต่กล่าวไว้ในเบื้องต้นเพราะเป็นเหตุสำคัญในเรื่องวัฏฏะ แต่เมื่อท่านกล่าวถึงอวิชชาไว้
อย่างนี้ การที่วัฏสงสารไม่ปรากฏเบื้องต้นก็เป็นอันแสดงไว้

ความจริงอวิชชามิใช่ปรากฏในภายนอก แต่ปรากฏในกระแสจิตของเหล่าสัตว์
ข้อนี้ปรากฏชัดเจน ดังนั้น เมื่ออวิชชามีอยู่ในภพก่อน อัตภาพอันเป็นที่ตั้งของอวิชชา
ย่อมมีในภพนั้นๆ และเมื่ออัตภาพมีอยู่ อัตภาพดังกล่าวย่อมเกิดขึ้นด้วยอวิชชาอื่นตามนัย
ที่ตรัสไว้ในเทศนานี้ มิใช่เป็นอย่างอื่น หากเป็นตามนี้ อัตภาพอันเป็นที่ตั้งของอวิชชา
ย่อมมีอีก

โดยประการดังนี้ อวิชชาและอัตภาพทั้งสองย่อมไม่มีกำหนดแน่นอน ไม่ปรากฏ
เบื้องต้นโดยแท้ แต่อวิชชาเป็นเหตุสำคัญในเรื่องวัฏฏะ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญของวัฏฏะ ๓
[กิเลสวัฏ = วนเวียนกิเลส กรรมวัฏ = วนเวียนกรรม และวิปากวัฏ = วนเวียนวิบาก]

ถามว่า : ถ้าอวิชชาไม่ใช่เบื้องต้นของวัฏฏะ พระผู้มีพระภาคก็พึงแสดงปัจจัยของ
อวิชชามิใช่หรือ

ตอบว่า : ถูกต้องแล้ว แต่เมื่อพระพุทธองค์ตรัสปัจจัยของอวิชชาแล้ว ก็พึงตรัส
ปัจจัยของสภาวธรรมที่เป็นปัจจัยนั้นอีก หากเป็นตามนี้ ก็พึงตรัสปัจจัยของปัจจัยนั้นๆ อีก
ครั้นแล้วความสิ้นสุดไม่พึงปรากฏ อย่างไรก็ดี ปัจจัยของอวิชชามีตรัสไว้ในพระสูตรอื่น
ดังพระพุทธวจนะว่า

อาสวสมุทเย อวิชชาสมุทโย.๑๗
“การเกิดขึ้นของอวิชชาย่อมมีเพราะการเกิดขึ้นของอาสวะ”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka