Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

อวิชชุมปาหํ ภิกฺขเว สาหาร์ สนิทานํ วทามิ. โก จสฺสา อาหาโร. ปญฺจ นีวรณา
ติสฺสา วจนียํ.๑๙

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตถาคตกล่าวอวิชชาว่ามีเหตุ มีที่ตั้ง อะไรคือเหตุของ
อวิชชานั้น พึงกล่าวว่านิวรณ์ ๕”

อวิชฺชา ปจุจโย, สงฺขารา ปจุจยสมุปปนฺนา. อุปภยเมตํ ปฏิิจจ สมุปปนฺนํ.๒๐

“อวิชชาเป็นปัจจัย สังขารเป็นปัจจัยุปปัน ทั้งสองอย่างนั้นเกิดขึ้น อาศัยเหตุ”

คำว่า ปฏุจเปสิ (แสดง) มีความหมายว่า ตั้งไว้ คือ แสดง

อธิบายปัฏฐานนัย

๑๔. บัดนี้ ท่านปรารภคำว่า เหตุปจุจโย (เหตุปัจจัย) เป็นต้น เพื่อแสดง
ปัฏฐานนัย

ในพากย์นั้น เหตุปัจจัย คือ ปัจจัยที่เป็นเหตุ ความหมายก็คือ ธรรมที่อุปการะ
ค้ำจุนซึ่งเป็นเหตุ กล่าวคือ ธรรมที่อุปการะค้ำจุนโดยความเป็นเหตุ

ถามว่า : ที่ชื่อว่าเหตุ เพราะมีสภาพอย่างไร

ตอบว่า : ที่ชื่อว่าเหตุ เพราะมีสภาพที่เป็นมูลเหตุ

ถามว่า : สภาพที่เป็นมูลเหตุคืออะไร

ตอบว่า : สภาพที่เป็นมูลเหตุ คือ การยังสัมปยุตธรรมให้ดำรงมั่นในอารมณ์
เหมือนทำให้รากไม้เป็นต้นดำรงมั่นในแผ่นดิน

อาจารย์ทั้งหลายกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า “ความเป็นเหตุ คือ การยังความเป็นกุศล
เป็นอาทิของสัมปยุตธรรมมีกุศลเป็นต้นให้เกิดขึ้นโดยความเป็นกุศล ฯลฯ” ข้อที่ควร
กล่าวในที่นี้ ข้าพเจ้า[พระฎีกาจารย์]กล่าวมาแล้วในปริจเฉทที่ ๓ ข้อ ๘๘

โดยความหมายตามศัพท์ คำว่า เหตุ คือ มูลเหตุเป็นที่ดำรงมั่นแห่งสัมปยุตธรรม

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka