ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
อีกนัยหนึ่ง เหตุ คือ มูลเหตุทำให้สัมปยุตตธรรมดำรงมั่นโดยถึงความเจริญงอกงาม
ไพบูลย์มีกำลังดำเนินไปมั่นคงในอารมณ์
[คำว่า เหตุ มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- มูลเหตุเป็นที่ดำรงมั่นแห่งสัมปยุตตธรรม = หิโนนฺติ สุฏฺฐุ ปติฏฺฐหนฺติ สหชาตธมฺมา
เอตฺถาติ เหตุ (ลง ตฺตุ ปัจจัยในอธิกรณสาธนะ)
- มูลเหตุทำให้สัมปยุตตธรรมดำรงมั่น = หิโนนฺติ สุฏฺฐุ ปติฏฺฐหนฺติ สหชาตธมฺมา
เอเตนาติ เหตุ (ลง ตฺตุ ปัจจัยในกรณสาธนะ)]
ส่วนคำว่า ปัจจัย มีความหมายว่า ธรรมค้ำจุน
คำว่า “ธรรมค้ำจุน” คือ การปรากฏโดยสภาวะทำให้ธรรมที่ยังไม่เกิดได้เกิดขึ้น
หรือทำให้ธรรมที่เกิดแล้วดำรงมั่น หรือทำให้ธรรมที่ดำรงมั่นแล้วถึงความเป็นเหตุเพื่อความ
เจริญไพบูลย์ยิ่งๆ ขึ้นไป โดยแท้จริงแล้ว ความเพียรหรือการขวนขวายที่ปรากฏว่ามีผู้กระทำ
หรือผู้ใช้ให้กระทำไม่มีอยู่ในสภาวธรรม เมื่อความปรากฏเช่นนั้นมีอยู่ เหตุเป็นสภาพ
เหมือนดั่งกระทำการค้ำจุนด้วยดี เพื่อความเกิดขึ้นแห่งธรรมที่เป็นปัจจัยปัจจุบัน ซึ่งยังไม่
เกิดขึ้น เพื่อบรรลุความดำรงมั่นแห่งธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว หรือเพื่อถึงความเป็นปัจจัยในความ
เจริญไพบูลย์ยิ่งๆ ขึ้นไปแห่งธรรมที่ดำรงมั่นแล้ว จึงได้ชื่อว่า ธรรมค้ำจุน
โดยประการดังนี้ เหตุปัจจัย (ปัจจัยที่เป็นเหตุ) คือ ธรรมอันเป็นเหตุ ๖ ที่เป็น
อุปการะโดยความเป็นมูลเหตุคือการก่อให้เกิดความดำรงมั่นเจริญไพบูลย์ในอารมณ์
คำว่า อารมณ์ คือ สภาพเป็นที่รื่นรมย์แห่งธรรมคือจิตและเจตสิก กล่าวคือ
ยึดหน่วงเป็นไปอยู่เหมือนเสวยความรื่นรมย์เป็นอย่างดี
อารัมมณปัจจัย คือ อารมณ์ ๖ ที่เป็นอุปการะด้วยความเป็นอารมณ์
ความหมายของคำว่า อธิปติ (อธิบดี) ข้าพเจ้า[พระฎีกาจารย์]กล่าวไว้แล้วใน
ปริจเฉทที่ ๗]
อธิปติปัจจัย คือ ธรรมที่เป็นอุปการะด้วยความเป็นอธิบดี