Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

อธิปติปัจจัยมี ๒ อย่างโดยจำแนกเป็นอารัมมณาธิปติ และสหชาตาธิปติ ความจริง
ธรรมอันเป็นอารมณ์บางอย่างมีสภาพยิ่งใหญ่ ย่อมยังธรรมที่รับรู้อารมณ์[คือจิตและเจตสิก]
ของตนให้อยู่ในอำนาจเหมือนยังทาสให้อยู่ในอำนาจของนาย กระทำให้โน้มน้อมลุ่มลาดไป
ในตนเป็นนิตย์

คำว่า อนันตระ คือ ธรรมต่อเนื่อง

อนันตรปัจจัย (ปัจจัยที่ทำให้เกิดธรรมต่อเนื่องไป) คือ ธรรมที่เป็นอุปการะด้วย
ความเป็นธรรมต่อเนื่อง

สมนันตรปัจจัย (ปัจจัยที่ทำให้เกิดธรรมต่อเนื่องไปด้วยดี) คือ ธรรมที่เป็นอุปการะ
ด้วยความเป็นธรรมต่อเนื่องด้วยดี

ปัจจัยทั้งสองนี้เหมือนกันโดยสภาวะ แต่โดยอรรถ[โปรดทราบดังต่อไปนี้]

สภาพของอนันตรปัจจัย คือ การไม่ให้กระแสจิตดับสนิทไม่เกิดอีกในภายหลัง
เมื่อจิตดวงแรกดับไป แล้วก่อให้เกิดธรรมอื่น[อันเป็นนามขันธ์]ที่เหมือนกับตน โดยความ
เป็นธรรมที่รับรู้อารมณ์ด้วยการติดตามกระแสจิต[ตามลำดับ]

สภาพของสมนันตรปัจจัย คือ การไม่ก่อให้เกิดธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งในขณะที่
ธรรมอื่นถูกให้เกิดขึ้นอยู่ แล้วยังครรลองแห่งจิตให้สำเร็จตามลำดับแห่งกิจและฐานอันมี
ปฏิสนธิเป็นต้นแล้ว ก่อให้เกิดธรรมอื่นที่เหมาะสม

หากเป็นตามนี้ การที่จิตตุปบาทอันเกิดก่อนและหลังของผู้ออกจากนิโรธสมาบัติ
หรือจุติจากอสัญญาสัตวภูมิ จัดเป็นอนันตรปัจจัยและสมนันตรปัจจัย ย่อมสมควร เพราะ
กาลระหว่าง[จิตดวงหน้าและหลัง]ที่เป็นภาวบัญญัติย่อมคั่นจิตตุปบาทไม่ได้ และรูปธรรม
ระหว่างที่เป็นกระแสรูปอื่นก็คั่นไม่ได้เช่นกัน เพราะว่ากระแสรูปเป็นอย่างอื่น กระแสนาม
ก็เป็นอย่างอื่น

ส่วนในคัมภีร์อรรถกถาได้คัดค้านมติที่กล่าวว่า “คำว่า สมันตรปัจจัย คือ
ความมีกาลต่อเนื่อง” แล้วกล่าวว่า

สณฺจานภาวโต สุญฺจ อนอนฺตราติ สมนนฺตรา.๒๑

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka