ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
สทฺธา สีลํ สุตํ จาโค ปญฺญา.๒๒
“ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา”
ราโค โทโส โมโห มาโน ทิฏฐิ ปตฺถนา.๒๓
“ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ และความปรารถนา”
และยังหมายถึงการช่องเสพธรรมดังพระพุทธดำรัสว่า
กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ ปุคุคโล อุตุ โภชนํ เสนาสนํ.๒๔
“สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย บุคคล ฤดูกาล อาหาร และที่อยู่”
ปุเรชาตปัจจัย คือ ธรรมที่เป็นอุปการะด้วยการเกิดขึ้นก่อนแล้วจึงดำเนินไป
ปุเรชาตปัจจัยมี ๒ อย่างโดยจำแนกเป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย และนิสสยปุเรชาตปัจจัย โดยแท้จริงแล้ว ธรรมบางอย่างอันเป็นอารมณ์และที่อาศัย[ของจิตเจตสิก] ซึ่งมีการเกิดขึ้นก่อนเป็นลักษณะพิเศษ เรียกว่า ปุเรชาตปัจจัย
อาจารย์อานันถเระกล่าวว่า
นิสฺสยสมุฏณาการาทีหิ วิสิฏฐา ปุเรชาตกาเรน อุปการกตา ปุเรชาตปจฺจยตา.๒๕
“การอุปการะด้วยอาการที่เกิดก่อนซึ่งมีลักษณะพิเศษคือความเป็นที่อาศัยหรืออารมณ์เป็นต้น เป็นลักษณะของปุเรชาตปัจจัย”
หากเป็นตามนี้ ความสามารถพิเศษของปุเรชาตปัจจัยโดยเฉพาะอื่นนอกจากความสามารถอันเป็นที่อาศัยหรืออารมณ์ที่มีการเกิดขึ้นก่อนเป็นลักษณะพิเศษ ย่อมไม่มี
ปัจฉาชาตปัจจัย คือ นามธรรมที่เกิดภายหลังอันเป็นอุปการะด้วยการอุปถัมภ์รูปธรรมที่เกิดจากสมุฏฐาน ๔ แล้วให้ถึงความเจริญไพบูลย์และเป็นปัจจัยเพื่อให้กระแสรูปที่เหมือนกับตนเป็นไปได้ในภายหลัง เปรียบดั่งน้ำที่รดในภายหลังเป็นอุปการะแก่ต้นไม้เล็กที่ปลูกไว้ก่อนแล้วงอกงามขึ้น