Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

คำว่า “การกระทำเป็นนิตย์ การยังธรรมที่ต่อเนื่องให้เป็นไป” หมายถึง ความ
เป็นไปร่วมกันโดยให้ถึงความคล่องแคล่วมีกำลังยิ่งๆ ขึ้นไป

เมื่อเป็นดังนี้ อาเสวนปัจจัย จึงหมายความว่า ธรรมที่เป็นอุปการะเพื่อความ
คล่องแคล่วมีกำลังแห่งธรรมกลุ่มเดียวกันที่เป็นไปต่อเนื่อง เพราะเป็นสภาพเสพคุ้น เหมือน
ความเพียรที่เกิดก่อนในการศึกษาปริยัติธรรมและศิลปวิทยา

กรรมปัจจัย คือ ธรรมที่เป็นอุปการะด้วยความเป็นกิริยาคือความเพียรทางใจที่
ปรุงแต่งองค์ประกอบือกาย วาจา และใจ

กรรมปัจจัยมี ๒ อย่างโดยจำแนกเป็นสหชาตกรรมปัจจัย และนานักขณิกกรรม-
ปัจจัย

สหชาตกรรมปัจจัย คือ เจตนาที่เกิดร่วมกันทั้งหมดซึ่งเป็นไปโดยทำหน้าที่ของ
ตนและผู้อื่น เหมือนศิษย์เอกและหัวหน้าช่างไม้

นานักขณิกกรรมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นกุศลและอกุศลซึ่งก่อให้เกิดหน้าที่ปรุงแต่ง
ดังที่กล่าวไว้แล้ว และก่อให้เกิดหน้าที่ในการมอบกิริยาพิเศษอันเกิดขึ้นด้วยอำนาจของการ
ปรุงแต่งในกระแสจิตเพื่อให้ปรากฏวิบากและกฎ็ตารูปในกาลอื่น แล้วดับไป เปรียบเสมือน
ความพยายามในการร่วมสังวาสของบุรุษสตรีครั้งหนึ่ง ย่อมก่อให้เกิดหน้าที่คือการเสพ
กามสุขและการมอบเชื้อไว้ในครรภ์เพื่อให้เกิดบุตรในกาลอื่น

วิปากปัจจัย คือ ธรรมที่เป็นอุปการะด้วยการส่งผลให้

การส่งผลให้ คือ ความปรากฏในกระแสจิตโดยอาการอ่อนกำลังยิ่งที่เรียกว่า
ความสงบระงับไม่ขวนขวาย[เหมือนกุศลและอกุศล] เปรียบได้กับการที่ดอกไม้และผลไม้
เป็นต้นทั้งหมดในโลกอ่อนกำลังโดยสิ้นเชิงในยามเบ่งบานสุกงอมดีแล้ว ดังนั้น ความเป็น
ไปของวิปากจิตจึงไม่ปรากฏชัด

เมื่อบุคคลหลับอยู่ตลอดราตรี วิปากจิตเหล่านั้นแม้เป็นไปในอารมณ์มีกรรม
เป็นต้นที่เคยเกิดขึ้นในภพก่อน ก็หาใช่ปัจจัยให้เกิดจิตรับรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งในเวลาตื่นไม่ ส่วน
ปัญจวิญญาณเป็นต้นแม้เป็นปัจจัยให้เกิดจิตรับรู้ต่อมา ก็เกิดร่วมกับแรงกระทบระหว่าง

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka