ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
คำว่า ปญฺจาลมฺพณานิ จ ปญฺจวิญฺญาณวีถิยา (อารมณ์ ๕ เป็นปัจจัยแก่ปญฺ-
วิญฺญาณวีถิจิต) นี้กล่าวไว้โดยหมายเอาความเป็นไปแน่นอน เพราะนิปผันรูปที่เป็นปัจจุบัน
ทั้งหมดเป็นปุเรชาตปัจจัยแก่มโนวิญญาณวีถี ดังพระพุทธวจนะในคัมภีร์ปัฏฐานว่า
ปจฺจุปปนฺโน ธมฺโม ปจฺจุปปนฺนสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย.๓๑
“ธรรมที่เป็นปัจจุบัน [นิปผันรูป ๑๘] เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นปัจจุบัน [อกุศลจิต
๑๒ เจตสิก ๒๗] โดยความเป็นปุเรชาตปัจจัย”
อารมฺมณปุเรชาตํ จกฺขุ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ. โสตํ, ฆานํ, ชิวฺหํ,
กาย์, รูปเป, สทฺเท, คนฺเธ, รเส, โผฏฐพฺเพ, วตฺถุ.๓๒
“พึงทราบอารมณ์ปุเรชาตะว่า บุคคลย่อมกำหนดรู้จักขปประสาทว่าไม่เที่ยง เป็น
ทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน กำหนดรู้โสตประสาท....ฆานประสาท....ชิวหาประสาท....กายประสาท....
รูปารมณ์....สัททารมณ์....คันธารมณ์....รสารมณ์....โผฏฐัพพารมณ์....หทัยวัตถุ....
ว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน”
ปจฺจุปปนฺเน ขนฺเธ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ.๓๓
“บุคคลย่อมกำหนดรู้ขันธ์ปัจจุบันว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน”
ปจฺจุปปนฺนํ จกฺขุ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ.๓๔
“บุคคลย่อมยินดีพอใจจักขุประสาทที่เป็นปัจจุบัน” เป็นต้น
ในคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่า
อุปปาททขณํ อติุกกมิตฺวา จิตฺติปตฺต์ อฏฐารสวิธํ รูปเมว ปุเรชาตปจฺโจ.๓๕
“นิปผันรูป ๑๘ อย่างที่ล่วงอุปปาทขณะแล้วถึงฐิติขณะ เป็นปุเรชาตปัจจัย”
ในเรื่องนี้ อารมณ์ปุเรชาตปัจจัยคล้ายเกิดแก่ปฏิสนธิจิตได้ในปวัตติกาลโดยรับเอา
อารมณ์คือกรรมนิมิตหรือคตินิมิตที่เป็นปัจจุบัน เพราะในคัมภีร์ปัฏฐานตรัสว่าปฏิสนธิจิต
และภวังคจิตมีอารมณ์เป็นปัจจุบันว่า