ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ในประโยคนั้น ราคะเป็นต้นยกเว้นอนันตริยกรรมเป็นที่อาศัยอันมีกำลังเพื่อ
ก่อให้เกิดกุศลในภูมิ ๔ ทั้งหมดภายในตนตามสมควร โดยเป็นเหตุให้ไม่ทำอกุศลอีก ส่วน
อนันตริยกรรมเป็นที่อาศัยอันมีกำลังเพื่อก่อให้เกิดกามาวจรกุศล ธรรมทั้งหมดนั้นเป็นที่
อาศัยอันมีกำลังเพื่อก่อให้เกิดกุศลทุกอย่างมีราคะเป็นต้นและการปลงชีวิตสัตว์เป็นต้น
และก่อให้เกิดธรรมที่เป็นอัพยากฤตมีสุขและทุกข์ทางกายเป็นต้น ทั้งภายในและภายนอก
ตามสมควร
ด้วยคำว่า สทฺธาโย (ธรรมมีศรัทธาเป็นต้น) นี้ พระอนุรุทธอาจารย์แสดงว่า
ทานและศีลเป็นต้นทั้งหมดพร้อมทั้งธรรมที่ตรัสไว้ว่า ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา
เป็นที่อาศัยอันมีกำลังเพื่อก่อให้เกิดกุศลในภูมิ ๔ อกุศลมีราคะเป็นต้น และอัพยากฤตใน
ภูมิ ๔ มีสุขและทุกข์เป็นต้น
ด้วยคำว่า สุขํ ทุกฺขํ ปุคฺคโล โภชนํ อุตุ เสนาสน์ (สุข ทุกข์ บุคคล โภชนะ
อุตุ และเสนาสนะ) นี้ ท่านหมายเอาอัพยากฤตในภูมิ ๔ ทั้งหมดยกเว้นพระนิพพาน
เพราะอัพยากฤตเหล่านั้นเป็นที่อาศัยอันมีกำลังเพื่อก่อให้เกิดธรรมที่เป็นกุศล อกุศล และ
อัพยากฤตทั้งภายในและภายนอกตามสมควร
ในคำว่า กมฺมํ วิปากานำ (กรรมเป็นปัจจัยแก่วิบากทั้งหลาย) นี้ ท่านหมายเอา
กรรมที่มีกำลังยิ่ง ไม่ใช่กรรมที่อ่อนกำลัง [เพราะเป็นฐานะแสดงปัจจัยที่มีกำลัง]
ถามว่า : เหตุใดในเรื่องปัจจัยนี้ ท่านไม่แสดงรูปธรรมไว้ในปัจจัยุปปัน รูปธรรม
เหล่านั้นมีสารของปฐวีธาตุ สารของอาโปธาตุ น้ำฝน และเมล็ดพืช เป็นที่อาศัยอันมีกำลัง
เพื่อความเจริญเติบโตงอกงามของต้นไม้ต้นหญ้าเป็นต้นภายนอก ส่วนรากไม้และยา
เป็นต้นก็เป็นที่อาศัยอันมีกำลังเพื่อความสุขไม่มีโรคภายในกายมิใช่หรือ
ตอบว่า : ในคัมภีร์มูลฎีกากล่าวคำตอบไว้ ดังสาธกในคัมภีร์นั้นว่า
น หิ รูปาพยากตํ ปกตูนิสฺสยํ ลภติ. อเจตเนน รูปสนฺตาเนน ปกตสฺสว อภาวโต.
ยถา หิ อรูปสนฺตาเนน กตฺตภูเตน สทฺธาโย นิปฺผาทิตา อุตุโภชนทโย จ อุปเสวิตา. น
เอวํ รูปสนฺตาเนน. ยสฺมิญจ อุตุพืชทิกเก กมฺมาทิเก จ สติ รูป ปวตฺตติ. น ต์ เตน รูปเน