ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
แก่นามได้” แต่แม้ในสหชาตปัจจัย รูปในปวัตติกาลก็เป็นปัจจัยแก่นามไม่ได้ ดังนั้น ข้อความ นั้นจึงไม่งาม
๓๐. คำว่า ฉ วตฺถูนิ สตฺตนฺนำ วิญญาณธาตุนา (วัตถุรูป ๖ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณ- ธาตุ ๗) นี้ มีความหมายว่า วัตถุนิสสยปัจจัยมี ๓ อย่าง คือ วัตถุสหชาตนิสสยปัจจัย วัตถุปุเรชาตนิสสยปัจจัย และวัตถารัมมณปุเรชาตนิสสยปัจจัย
ในข้อนั้น วัตถุรูปในขณะปฏิสนธิเป็นวัตถุสหชาตนิสสยปัจจัยแก่วิบากขันธ์ วัตถุรูปเป็นวัตถุปุเรชาตนิสสยปัจจัยแก่จิตที่เกิดขึ้นอาศัยวัตถุรูปที่เกิดมาก่อนในปวัตติกาล วัตถุรูปที่เกิดมาก่อนใดเป็นที่อาศัยและอารมณ์ของจิตใด วัตถุรูปเป็นวัตถารัมมณปุเรชาต- นิสสยปัจจัยของจิต ดังพระพุทธวจนะในคัมภีร์ปัฏฐานว่า
อารมฺมณนิสสยปุเรชาตวิปปยุตฺตตถฺถวิคตตุติ ตีณิ.๕๔
“เมื่อรวมปัจจัย ๖ อย่าง คือ อารมณ์ปัจจัย นิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย ก็นับได้ ๓ ปัจจัย”
ถามว่า : วัตถุรูปเป็นที่อาศัยและอารมณ์ของจิตได้อย่างไร
ตอบว่า : จิตย่อมเกิดขึ้นโดยใคร่ครวญปรารภวัตถุรูปปัจจุบันด้วยความพอใจเป็นต้น หรือด้วยการอธิษฐานกิจมีการสำแดงฤทธิ์เป็นต้น วัตถุรูปเป็นที่อาศัยและอารมณ์ของจิต ได้อย่างนี้ ดังพระพุทธวจนะในคัมภีร์ปัฏฐานว่า
อชุฌตฺตํ วตฺถุํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต วิปสฺสติ, อสฺสาเทติ. อภินนฺทติ. ตํ อารพฺภ ราโค อุปปชฺชติ, ทิฏฐิ อุปปชฺชติ, วิจิกิจฉา อุปปชฺชติ, อุทฺธจฺจํ อุปปชฺชติ. โทมนสฺส์ อุปปชฺชติ.๕๕
“บุคคลย่อมกำหนดรู้วัตถุรูปภายในว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ย่อมยินดีพอใจ ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทัจจะ และโทมนัส ย่อมเกิดขึ้นปรารภวัตถุรูป”
ในเรื่องนี้ อาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า วัตถารัมมณปุเรชาตนิสสยปัจจัยนี้ปรากฏใน เวลาใกล้เสียชีวิตเท่านั้น พวกท่านเห็นว่าลำดับแรก การดำเนินไปแห่งวิถีจิตโดยปราศจาก อาวัชชนจิตในฐานะที่ไม่น่าปรารถนา [คือเป็นไปไม่ได้] มีปฏิเสธไว้ในคัมภีร์อรรถกถา