ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
“เมื่อกรรมถูกกระทำแล้ว กรรมเป็นกรรมปัจจัยแก่ผลที่เป็นไปอยู่ โดยการกระทำ
สั่งสมไว้ มิใช่เป็นกรรมปัจจัยโดยอาการของอารมณ์ และเป็นอารัมมณปัจจัยแก่ผลที่เป็น
ไปโดยความเป็นอารมณ์ มิใช่โดยอาการของกรรมปัจจัยคือการก่อให้เกิดผลทำให้กระแสจิต
มีลักษณะพิเศษ [คือเพาะเมล็ดพันธุ์ที่เหมือนกรรมไว้ในจิต] ดังนั้น กรรมปัจจัยและอารัมมณ-
ปัจจัยจึงไม่เนื่องกันและกัน เพราะมีอาการของปัจจัยต่างกัน”
ฝ่ายสหชาตาธิปติปัจจัยรวมเข้าในอัตถิปัจจัย
นิสสยปัจจัยมี ๓ อย่าง คือ สหชาตนิสสยปัจจัย วัตถุปุเรชาตนิสสยปัจจัย และ
วัตถารัมมณปุเรชาตนิสสยปัจจัย
ในข้อนั้น ปัจจัยสองอย่างแรกรวมเข้าในอัตถิปัจจัย ส่วนปัจจัยหลังรวมเข้าใน
อารัมมณปัจจัยและอัตถิปัจจัย ๒ อย่าง ถ้าปัจจัยนั้นถูกใส่ใจ ก็รวมเข้าในอุปนิสสยปัจจัย
ปุเรชาตปัจจัยมี ๓ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย และ
วัตถารัมมณปุเรชาตปัจจัย
ในข้อนั้น วัตถุปุเรชาตปัจจัยรวมเข้าในอัตถิปัจจัย ปัจจัยอื่นสองอย่างรวมเข้าใน
อารัมมณปัจจัยและอัตถิปัจจัย ๒ อย่าง ถ้าปัจจัยเหล่านั้นถูกใส่ใจ ก็รวมเข้าในอุปนิสสยปัจจัย
กรรมปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาตกรรมปัจจัย และนานักขณิกกรรมปัจจัย
ในข้อนั้น สหชาตกรรมปัจจัยรวมเข้าในอัตถิปัจจัย ส่วนนานักขณิกกรรมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือปัจจัยที่มีกำลัง และปัจจัยไม่มีกำลัง ในข้อนั้น ปัจจัยที่มีกำลังมี ๒ อย่าง
คือปัจจัยที่มีกาล [คือปัจจัยในขณะต่างกัน] และปัจจัยไม่มีกาล [คือมรรคอันก่อให้เกิด
ผลจิตถัดต่อมาทันที] ทั้งสองอย่างรวมเข้าในอุปนิสสยปัจจัย ฝ่ายปัจจัยไม่มีกำลังเป็น
กรรมปัจจัยโดยเฉพาะ
อาหารปัจจัยและอินทริยปัจจัยทั้งหมดรวมเข้าในอัตถิปัจจัย
วิปปยุตตปัจจัยมี ๔ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย วัตถุปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย
วัตถารัมมณปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย และปัฉชาชาตวิปปยุตตปัจจัย