ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
[ความเป็นไปของโลกเป็นผลของกรรมปัจจัย ส่วนกรรมปัจจัยเป็นเหตุ คำว่า “ปัจจัย
ทั้งหมดย่อมไม่ล่วงสภาพของกรรม” มีความหมายว่า กรรมเป็นกรรมปัจจัยโดยตรง ส่วนปัจจัย ๒๓
อย่างชื่อว่า กรรมปัจจัย โดยปริยาย คำดังกล่าวเรียกว่า การณูปาระ คือความหมายแฝงที่ได้จาก
คำแสดงเหตุ ในภาษาบาลีมีการใช้ภาษาอยู่ลักษณะหนึ่งที่ผู้พูดกล่าวถึงเหตุ แต่มุ่งให้หมายถึงผลที่
อาศัยเหตุ เช่น จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ (เห็นรูปด้วยตา) ตามหลักพระอภิธรรม ตาเป็นรูปธรรมที่เห็น
สิ่งต่าง ๆ ไม่ได้ สภาพที่เห็นได้คือจักขุวิญญาณซึ่งเป็นผลเกิดขึ้นโดยอาศัยตา]
(๒๔๖) ข้อความที่กล่าวไว้ว่า “ปัจจัยเหล่านั้นปรากฏอยู่โดยปรมัตถ์และโดยการ
สมมุติของชาวโลก” นั้นขัดแย้งกับความชอบด้วยเหตุผลในศาสนาโดยสิ้นเชิง
[คำว่า “ปัจจัยทั้งหมดนับเข้าในกรรมปัจจัยและอัตถิปัจจัย” ไม่ถูกตามพุทธพจน์
กล่าวคือ สิ่งที่เป็นอารัมมณปัจจัยมีแผ่นดินและภูเขาเป็นต้น คำบัญญัติ และพระนิพพาน ไม่มี
ลักษณะของกรรมปัจจัย แม้ธรรมที่เป็นอดีตหรืออนาคตก็ไม่มีลักษณะของอัตถิปัจจัย]
๓๖. คำว่า เอตฺถ แปลว่า ในปัฏฐานนัยนี้
คำว่า สพฺพตฺถกปิ (ในปัจจัยทั้งปวง) คือ ในปัจจัยที่มีลักษณะเหมือนสหชาตปัจจัย
ทั้งหมด
ปฏิสนธิวิญญาณเป็นธรรมสำคัญเหมือนเมล็ดพันธุ์พืชของภพนั้นๆ ทั้งหมดที่
กำหนดด้วยจุติจิตในฐานะที่นามรูปเนื่องกันและกัน เป็นแดนเกิดของกระแสรูปนามต่างๆ
ที่รวมเข้าเป็นร่างกายทั้งหมด ประดุจการเกิดขึ้นของต้นไม้ใหญ่จากเมล็ดพันธุ์พืช ดัง
พระพุทธวจนะว่า
วิญญาณญฺจ หิ อานนฺท มาตุกุจฺฉิสฺมึ น โอุกกมิสฺสถ. อปิ นุ โข นามรูปํ มาตุกุ
จฺฉิสฺมึ สมุจฺจิสฺสถติ. โน เหต์ ภนฺเต. วิญญาณญฺจ หิ อานนฺท มาตุกุจฺฉิสฺมึ โอุกกมิสฺตวา
โอุกกมิสฺสถ. อปิ นุ โข นามรูปํ อิติถตฺตาย อภินิพฺพตฺติสฺสถติ. โน เหต์ ภนฺเต. วิญญาณญฺจ
หิ อานนฺท ทหรสฺเยว สโต โวจฺฉิชฺชิสฺสถ กุมารสฺส วา กุมาริกาย วา. อปิ นุ โข นามรูปํ
วุทฺธี วิรุฬฺหี เวปุลฺลํ อาปชฺชิสฺสถติ. โน เหต์ ภนฺเต. ตสฺมา หิ อานนฺท เอสว เหตุ เอต์
นิทานํ เอส สมุทโย เอส ปจฺจโย นามรูปสฺส. ยทิทํ วิญญาณํ.๔๖