ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
อนาคต์ จักขุสมุปทํ ปตฺถยมาโน โสตมานชิวหากายสมุปทํ, วณฺณสมุปทํ, สทฺทคนฺธ
รสโผฏฐพฺพสมุปทํ ปตฺถยมาโน อนาคเต ขนฺเธปตฺถยมาโน ทานํ เทติ สีลํ สมาทิยติ.๔๙
“บุคคลปรารถนาความถึงพร้อมแห่งจักขุประสาทที่เป็นอนาคต ปรารถนาความ
ถึงพร้อมแห่งโสตประสาท...ฆานประสาท...ชิวหาประสาท...กายประสาท...สี...เสียง...
กลิ่น...รส...สัมผัส ปรารถนาขันธ์ที่เป็นอนาคต ย่อมให้ทาน รักษาศีล”
สมบัติดังกล่าวตรัสไว้ตามสมควรแก่กรรมคือทานเป็นต้น
ส่วนกรรมปัจจัยเป็นไปใน ๒ กาล โดยประเภทแห่งปัจจุบันและอดีต
อนันตรปัจจัย สมนนันตรปัจจัย อาเสวนปัจจัย นัตถิปัจจัย และวิคตปัจจัย เป็นไป
ในอดีตกาล
ปัจจัย ๑๕ อย่างอื่นเป็นไปในปัจจุบันกาล
ในสองหมวดคือธรรมที่เป็นภายในและภายนอก อารัมมณปัจจัย อธิปติปัจจัย
สหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย อาหารปัจจัย
อัตถิปัจจัย และวิคตปัจจัย เป็นธรรมภายในและภายนอก
ปัจจัย ๑๔ อย่างอื่นเป็นธรรมภายในเท่านั้น
อารัมมณปัจจัย อธิปติปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย เป็นสังขตะและอสังขตะ
ปัจจัยอื่นเป็นสังขตะเท่านั้น
๓๘. นามธรรม ๕ อย่างเรียกว่า อรูป (สภาพไม่มีรูป) เพราะไม่เข้าถึงความเป็น
สัณฐานคือรูปในกาลใดๆ และเรียกว่า นาม (สภาพน้อมไปสู่อารมณ์) เพราะเข้าถึงการที่ผู้
ฟังพึงรับรู้โดยเนื่องกับนามบัญญัติที่เรียกว่า อธิวจนะ (คำแสดงเนื้อความ)
๓๙. คำว่า บัญญัติ คือ สิ่งที่ชาวโลกสมมติขึ้น กล่าวคือ สิ่งที่มหาชนในโลก
บัญญัติไว้ ทั้งใช้พูดและยอมรับว่าสิ่งนี้เป็นความหมายหนึ่งของศัพท์ หมายถึง เนื้อความ
ของศัพท์ที่เป็นสมมุติสัจจะอย่างใดอย่างหนึ่ง