Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

นอกจากนั้น คำว่า บัญญัติ คือ คำที่ใช้สมมุติความหมายที่พึงบัญญัติเช่นนั้น
หมายถึง คำบัญญัติที่แสดงความหมายของศัพท์

[คำว่า ปญฺญตฺติ มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- สิ่งที่ชาวโลกสมมุติขึ้น = ปญฺญปีย์ตติ ปญฺญตฺติ (ลง ติ ปัจจัยในกรรมสารนะ)
- คำที่ใช้สมมุติความหมาย = ปญฺญปียุนฺติ เอตายาติ ปญฺญตฺติ (ลง ติ ปัจจัยในกรณ-
สารนะ)]

ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ตโต อวเสสา ฯเปฯ ทุวิรา โหติ (ส่วนที่เหลือจาก
นามรูปดังกล่าวนั้น เป็นบัญญัติ มี ๒ อย่างคือ [สทฺท]บัญญัติที่ทำให้รู้[อัตถบัญญัติและ
สภาวธรรม] และ[อัตถ]บัญญัติที่พึงรับรู้ได้[ด้วยสัททบัญญัติ])

ในประโยคนั้น คำว่า ปญฺญาปิยตฺตา ปญฺญตฺติ หมายถึง อัตถบัญญัติ
ส่วนคำว่า ปญฺญาปนโต ปญฺญตฺติ หมายถึง สัททบัญญัติ

๔๐. คำว่า ตํตํภูตวิปริณามาการ์ (อาการเปลี่ยนแปลงของมหาภูตรูปนั้นๆ) มี
ความหมายว่า อาการเปลี่ยนแปลงโดยประการนั้นๆ กล่าวคืออาการที่มหาภูตรูปนั้นๆ มี
แผ่นดินเป็นต้นมีปริมาณมาก ความหมายก็คือ อาการโดยพิเศษแห่งความเป็นไป[ของ
มหาภูตรูป]

[อาการที่มหาภูตรูปมีปริมาณมาก เช่น แผ่นดินเป็นต้นที่แข็งมีปฐวีธาตุมากกว่าธาตุอื่น
น้ำมีอาโปธาตุมาก ไฟมีเตโชธาตุมาก ลมมีวาโยธาตุมาก]

คำว่า อุปทาย แปลว่า อาศัย หมายความว่า รับเอาด้วยจิตก่อน
คำว่า ตถา ตถา ปญฺญตฺตา (ถูกบัญญัติเรียกโดยประการนั้นๆ) มีความหมายว่า
ถูกมหาชนบัญญัติ คือกล่าวขานกันโดยนัยว่า สิ่งนี้เรียกว่าแผ่นดิน สิ่งนี้เรียกว่าภูเขา เป็นต้น
ในคำว่า ปถวิพุพตาฑิกา (แผ่นดินและภูเขาเป็นต้น) อาทิ ศัพท์ทำหน้าที่รวบรวม
แม่น้ำและมหาสมุทรเป็นต้น
บัญญัติที่กล่าวมานี้ชื่อว่า สมุหบัญญัติ (บัญญัติอาศัยกลุ่ม)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka