Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

(๒๔๘) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “เป็นสัณฐานบัญญัติ” บัญญัตินั้นไม่สมควร เพราะ
สัณฐานไม่ใช่เหตุสำคัญในที่นี้

คำว่า สมภารสหนิเวสการ์ (การประชุมกันของส่วนประกอบต่างๆ) คือ การ
ประชุมกันโดยอาการนั้นๆ ของส่วนประกอบต่างๆ มีไม้เป็นต้น

อาทิ ศัพท์ในที่นี้ ทำหน้าที่รวบรวมเรือเป็นต้น

บัญญัติที่กล่าวมานี้ชื่อว่า สัณฐานบัญญัติ (บัญญัติอาศัยรูปร่าง) เพราะไม้เป็นต้น
ที่ดำรงอยู่ในรูปบ้านย่อมเรียกว่า “บ้าน” เมื่อดำรงอยู่ในรูปรถก็เรียกว่า “รถ”

(๒๔๙) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “เป็นสมุหบัญญัติ” ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะ
กลุ่มไม่ใช่เหตุสำคัญในที่นี้

สัตว์บัญญัติมีผู้ชายและบุคคลเป็นต้น เรียกว่า อุปาทาบัญญัติ (บัญญัติอาศัยขันธ์
๕) บ้าง

คำว่า จนทาวฏฏนาทิกํ (การโคจรของพระจันทร์เป็นต้น) มีความหมายว่า
การโคจรเวียนขวาภูเขาสิเนรุของพระจันทร์และพระอาทิตย์เป็นต้น

ทิศที่พระจันทร์และพระอาทิตย์ขึ้น ชื่อว่า ทิศตะวันออก เพราะได้รับแสงสว่างก่อน
ส่วนทิศที่พระจันทร์และพระอาทิตย์ตก ชื่อว่า ทิศตะวันตก เพราะได้รับแสงสว่างภายหลัง
ทิศด้านใต้ของพระจันทร์และพระอาทิตย์เหล่านั้น ชื่อว่า ทิศใต้ เพราะมีความหมายว่าเจริญ
[คือค่อยๆ มีแสงสว่างเพิ่มขึ้นตั้งแต่เวลาเช้าถึงบ่าย เนื่องจากพระอาทิตย์เวียนมาทางทิศใต้
ต่อจากทิศตะวันออก] ฝ่ายทิศอื่นเรียกว่า ทิศเหนือ เพราะมีความหมายว่าอยู่ภายหลัง เมื่อ
พระอาทิตย์ขึ้น เรียกว่าเวลาเช้า เพราะเป็นส่วนแรกของวันทั้งหมด บัญญัติอาศัยทิศมี
อาทิเช่นนี้ชื่อว่า กาลบัญญัติ (บัญญัติอาศัยเวลา)

อาทิ ศัพท์ทำหน้าที่รวบรวมเทสบัญญัติ (บัญญัติอาศัยสถานที่) คือที่ดอนและ
ที่ลุ่มเป็นต้น

คำว่า อสมผุฏฐราการํ (ลักษณะที่เป็นช่องว่าง) มีความหมายว่า ลักษณะที่เป็น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka