Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ช่องว่างซึ่งกันและกันของมหาภูตรูป บัญญัตินี้ชื่อว่า อากาศบัญญัติ (บัญญัติอาศัยช่องว่าง
คือปริจเฉทรูป)

            คำว่า ตํตํภูตนิมิตตํ (มหาภูตรูปที่เป็นอารมณ์นั้นๆ) คือ มหาภูตรูปที่เป็นอารมณ์
อันมีกสิณอารมณ์และซากศพที่พองอืดเป็นต้น สีที่เป็นอารมณ์[ของสมถกรรมฐาน]อันมี
กสิณสีเขียวเป็นต้นก็นับเข้าในข้อนี้

            คำว่า ภาวนาวิเสสํ (วิธีการภาวนาเฉพาะอย่าง) คือ วิธีการภาวนาเฉพาะอย่าง
อันมีการบริกรรมเป็นต้น คำนี้กล่าวถึงเหตุแห่งความสำเร็จของบริกรรมนิมิต อุคคหะนิมิต
และปฏิภาคกิมิต บัญญัตินี้ชื่อว่า นิมิตตบัญญัติ (บัญญัติอาศัยอารมณ์กรรมฐาน)

            ในคำว่า เอวมาทิปปเภทา (สิ่งที่จำแนกเป็นประเภทตัวอย่างเป็นต้นนี้) นี้ อาทิ
ศัพท์ทำหน้าที่รวมรวมอุปทาบัญญัติ (บัญญัติอาศัยขันธ์ ๕) และอุปนิธาบัญญัติ (บัญญัติ
อาศัยการเปรียบเทียบ) เป็นต้นที่ปรากฏในคัมภีร์อรรถกถา

            คำว่า ปรมตฺตโต อวิชชุมานาปิ (แม้ไม่ปรากฏอยู่โดยปรมัตถ์) นี้ แสดงการมีอยู่
โดยสมมุติบัญญัติ มุสาวาทจึงไม่มีแก่ผู้พูดโดยถือว่าบัญญัติเหล่านั้นมีอยู่จริง

            คำว่า อตฺถจฉายากาเรน (โดยอาการที่เป็นฉายาของปรมัตถ์) มีความหมายว่า
โดยอาการที่เป็นฉายาอันมีกลุ่มและสัณฐานเป็นต้นของปรมัตถธรรมทั้งหลายมีมหาภูตรูป
เป็นต้นนั้นๆ

            อีกนัยหนึ่ง คำว่า อตฺถจฉายากาเรน มีความหมายว่า โดยอาการที่เหมือนวัตถุ
สิ่งของอันเป็นสิ่งที่ศัพท์สื่อถึง กล่าวคือ โดยอาการที่มีรูปร่าง

            [ตามนัยแรก อตฺถจฉายา แปลว่า “โดยอาการที่เป็นฉายาของปรมัตถ์” อตฺถ ศัพท์หมายถึง
ปรมัตถ์ ส่วน ฉายา มีอรรถว่า “เงา” ตามนัยหลัง แปลว่า “โดยอาการที่เหมือนวัตถุสิ่งของ” อตฺถ
ศัพท์แปลว่า “วัตถุสิ่งของ” ส่วน ฉายา แปลว่า “เหมือน”]

            คำว่า ตํตํอุปทาย (โดยอาศัยสิ่งนั้นๆ) คือ โดยอาศัยความเป็นไปพิเศษนั้นๆ
ของปรมัตถธรรม

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka