Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ปริจเฉทที่ ๘ ปัจจัยสังคหะ (ประมวลปัจจัย)

คำว่า อุปนิราย แปลว่า เทียบเคียง

คำว่า ปริกปปิยมานา (ถูกมนุษย์คิดขึ้น) มีความหมายว่า ถูกคิดขึ้นแล้วรับเอาไว้ ด้วยความดำริและความเข้าใจ

พึงประกอบบทในที่นี้ว่า สิ่งที่จำแนกเป็นประเภทดังตัวอย่างเป็นต้นนี้ ก็เป็นอารมณ์ ของจิต ท่านเรียกว่า บัญญัติ เพราะถูกสมมุติขึ้น

คำว่า สงฺขายติ (เรียกขาน) มีความหมายว่า นับเข้า คือ ตั้งไว้กระทำให้ถึงการ นับเข้า

คำว่า สมญฺญายติ แปลว่า ตั้งชื่อ

๔๑. คำว่า นามนามกุมมาทิ (นามและนามกัมมะเป็นต้น) คือ สัททบัญญัติ ๖ ชื่อนี้อันได้แก่ นาม (ชื่อที่น้อมไปสู่ความหมาย) นามกัมมะ (ชื่อที่บุคคลพึงตั้ง) นามเรยยะ (ชื่อที่บุคคลพึงทรงจำ) นิรุตติ (ชื่อที่บุคคลพูดโดยสละเนื้อความอันไม่ปรากฏชัด) พยัญชนะ (ชื่อที่แสดงเนื้อความ) และอภิลาปะ (ชื่อที่กล่าวเนื้อความให้ประจักษ์)

นาม คือ ชื่อที่น้อมไปสู่ความหมาย หมายความว่า มีความหมายเป็นอารมณ์

อีกนัยหนึ่ง นาม คือ ชื่อที่ยังเนื้อความให้น้อมมาในตน เพราะเมื่อมีชื่อบัญญัติ ต่างๆ ในพระไตรปิฎก เนื้อความของชื่อบัญญัติทั้งหมดย่อมปรากฏแก่ผู้ศึกษาพระไตรปิฎก ทุกๆ บท ทุกๆ ประโยค

อีกนัยหนึ่ง นาม คือ ชื่อที่น้อมความเข้าใจมาสู่ผู้ฟังต่อหน้าเนื้อความนั้นๆ

[คำว่า นาม มีความหมาย ๓ ประการ คือ

- ชื่อที่น้อมไปสู่ความหมาย = อตฺเถ นมตีติ นามิ (นภู ธาตุ + ณ ปัจจัยในกัตตุสาธนะ)

- ชื่อที่ยังเนื้อความให้น้อมมาในตน = อตฺตานิ อตฺถุ นามေติติ นามิ (นภู ธาตุ + เณ การิตปัจจัย + ณ ปัจจัยในเหตุกัตตุสาธนะ)

- ชื่อที่น้อมความเข้าใจมาสู่ผู้ฟัง = สุณนฺตานํ ญาณํ นามေติติ นามิ (นภู ธาตุ + เณ การิตปัจจัย + ณ ปัจจัยในเหตุกัตตุสาธนะ)]

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka