Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

นามกัมมะ คือ ชื่อที่บุคคลพึงบัญญัติ เพราะพึงกระทำด้วยการตั้งชื่อ

คำว่า เธยยะ คือ ชื่อที่บุคคลพึงทรงจำ

นามเธยยะ คือ ชื่อที่บุคคลพึงทรงจำนั่นแหละ

นิรุตติ คือ ชื่อที่บุคคลพูดโดยสละเนื้อความที่ตั้งอยู่ในฝ่ายอันไม่ปรากฏชัด

พยัญชนะ คือ ชื่อที่แสดงเนื้อความ กล่าวือกระทำให้ปรากฏ

อภิลาปะ คือ ชื่อที่กล่าวเนื้อความให้ประจักษ์

อนึ่ง บัญญัติว่า วัณณะ อักษร สระ ทีฆะ รัสสะ พยัญชนะ วรรค โฆสะ อโฆสะ

ลิงค์ บท และพากย์ ก็นับเข้าในนามประเภทนี้

วิชชมานบัญญัติ คือ บัญญัติที่เป็นไปในเนื้อความที่ปรากฏโดยปรมัตถ์

อวิชชมานบัญญัติ คือ บัญญัติที่เป็นไปในแผ่นดินและภูเขาเป็นต้นที่ไม่ปรากฏ

๔๒. ท่านกล่าวคำที่ขึ้นต้นว่า ตตฺถ (ในบรรดาทั้ง ๖ อย่างเท่านั้น) เพื่อแสดงว่า

บัญญัติทั้งสองนั้นเมื่อเชื่อมสมาสเข้ากับบทอื่น ก็เพิ่มบัญญัติอีก ๔ อย่างอื่นด้วยอำนาจของ

การเชื่อมบทสองบท

ด้วยคำว่า เอตาย ปญฺญาเปนฺติ (ย่อมบัญญัติด้วยบัญญัติใด) นี้ พระอนุรุทธอาจารย์

กล่าวข้อความนี้ว่า วิชชมานบัญญัติ คือ บัญญัติอันเป็นเครื่องสมมุติเนื้อความที่ปรากฏ

คำต่อไป [อวิชชมานบัญญัติ] ก็มีนัยเดียวกัน

เมื่อกระทำรูปวิเคราะห์ว่า บุคคลผู้ได้อภิญญาหก ชื่อว่า ฉฬภิญโญ อภิญญาหกซึ่ง

เป็นบทวิเสสนะมีปรากฏโดยปรมัตถ์ แต่บุคคลที่เป็นบทวิเสสยะไม่มีปรากฏ คำว่า ฉฬภิญโญ

(ผู้มีอภิญญาหก) จึงได้ชื่อว่า วิชชมาเนนวิชชมานบัญญัติ (บัญญัติระคนเนื้อความที่ไม่มี

ปรากฏกับเนื้อความที่มีปรากฏ)

สตรีไม่มีปรากฏ แต่เสียงมีปรากฏโดยปรมัตถ์ คำว่า อิตถิสทฺทะ (เสียงของสตรี)

จึงได้ชื่อว่า อวิชชมาเนนวิชชมานบัญญัติ (บัญญัติระคนเนื้อความที่มีปรากฏกับเนื้อความที่

ไม่มีปรากฏ)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka