Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

พึงสัมพันธ์[บทที่ห่างกัน]ว่า นามบัญญตินั้นซึ่งเป็นอารมณ์ของมโนทวารวิถีที่
เกิดขึ้นต่อเนื่องในลำดับความเป็นไปแห่งโสตวิญญาณวิถีที่เกิดขึ้น

ท่านกล่าวว่า อตฺถา ยสฺสา ฯเปฯ ตฺโต ปรํ เพื่อแสดงลักษณะของนามบัญญัติ

ในคาถานั้น พึงสัมพันธ์[บทที่เพิ่มเข้ามา]ในคำว่า ตฺโต ปรํ เป็นต้นว่า อตฺถบัญญัติ
ทั้งหลายย่อมปรากฏหลังจากการเกิดขึ้นของมโนทวารวิถีจิตที่มีนามบัญญัติเป็นอารมณ์

พึงประกอบบทว่า อรรถทั้งหลายที่เป็นปรมัตถ์และบัญญัติ ย่อมปรากฏโดย
คล้อยตามนามบัญญัติใด นามบัญญัตินั้นก็คือสิ่งที่ชาวโลกสร้างขึ้นเป็นเครื่องสังเกต

แม้มนวิญญาณวิถีที่ชื่อว่า ตทนวัตติกา อันมีเสียงที่ดับไปแล้วเป็นอารมณ์ ก็
นับเข้าในคำว่า โสตวิญญาณวิถียา (โสตวิญญาณวิถี) นี้ ดังสาธกในคัมภีร์สารัตถทีปนีว่า

เตน วุตฺตวจเน ยตฺตกานิ อกฺขรานิ โหนฺติ. เตสุ เอกเมกํ ปจจุปปนฺนํ อตีตญจ
คเหตฺวา โสตวิญญาณวีถิยา มโนวิญญาณวีถิยา จ อุปปชฺชิตฺวา นิรุทฺธาย อวสาเน ตานิ
อกฺขรานิ สมปิณฺเทตฺวา อกฺขรสุมุห์ คเหตฺวา เอกา มโนวิญญาณวีถิ อุปปชฺชิตฺวา นิรุทฺธติ.
ตทนนฺตร์ อยํ อกฺขรสุมุโห เอตสฺส นามนฺติ นามปญฺตติคหนวเสน อปราย มโนวิญญาณ-
วีถิยา อุปปชฺชิตฺวา นิรุทฺธาย ตทนนฺตร์ อุปปนฺนาย มโนวิญญาณวีถิยา อยเมตสฺส อตุโถติ
ปกติยา ตทตฺถวิชานน์ สมภวติ.๕

“พยางค์จำนวนเท่าใดมีอยู่ใจคำที่ภิกษุผู้ลาสิกขานั้นกล่าวแล้ว เมื่อโสตวิญญาณวิถี
เกิดขึ้นรับเอาพยางค์หนึ่งๆ ที่เป็นปัจจุบันในพยางค์เหล่านั้น และมโนวิญญาณวิถีได้เกิดขึ้น
รับเอาพยางค์หนึ่งๆ ที่เป็นอดีตแล้ว มโนวิญญาณวิถีหนึ่งย่อมเกิดขึ้นรวบรวมพยางค์เหล่านั้น
โดยรับเอาเป็นกลุ่มพยางค์แล้วดับไป ต่อจากนั้น เมื่อมโนวิญญาณวิถีอื่นเกิดขึ้นโดยรับรู้
นามบัญญัติว่ากลุ่มพยางค์นี้เป็นชื่อของสิ่งนี้แล้วดับไป การรู้เนื้อความโดยปกติว่า ชื่อนี้
เป็นความหมายของสิ่งนี้ ย่อมมีด้วยมโนวิญญาณวิถีที่เกิดต่อจากนั้น”

ส่วนในคัมภีร์นิสารมัญชูสา พระอริยวงศ์กล่าววินิจฉัยวิถี (วิถีจิตที่กำหนด
หมาย บทอักษร) และวิญญัติติกหนวิถี (วิถีจิตที่รับเอาวิญญัติ) วิถีหนึ่งๆ ถัดจากตทนุ-

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka