Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

วัตติกวิถี (วิถีจิตที่ติดตามโสตวิญญาณวิถีนั้น) ภายหลังต่อมา บุคคลจึงรับรู้นามบัญญัติที่
แสดงเนื้อความ หนึ่งในเสียงที่มีพยางค์เดียว [เช่น โค (วัว)] ซึ่งเรียกว่า คำบัญญัติ ผู้พูด
หมายใจไว้ก่อน ถัดจากนั้น จึงรับรู้ความหมายของนามบัญญัติ

ในฐานะเช่นนี้ การกล่าวลำดับวาระของชวนวิถีในคัมภีร์นั้นๆ มีอยู่โดยหมายเอา
ความประจักษ์ชัดเป็นสำคัญ สมจริงดังสารกล่าว

เอกจฉรภุเขณ อเนกโกฏิสตหสฺสานิ จิตฺตานิอุปปชฺชนฺติ.๕๒
“จิตเกิดขึ้นหลายแสนโกฏิขณะในเวลาดีดนิ้วมือคราวหนึ่ง”

เอกมตฺโต ภเว รสฺโส ทีวมตฺโต ทีพมจุจเต
ติมตฺโต ตุ ปลุโต เฌยโย พยญฺชนํ อทุธมตฺติกํ.๕๓

“รัสสสระมี ๑ มาตรา ทีพสระมี ๒ มาตรา สระที่มี ๓ มาตรา
ชื่อว่า ปลุตะ พยัญชนะมีครึ่งมาตรา”

[รัสสสระ คือ สระเสียงสั้น มีระยะเท่ากับการลืมตา การหลับตา สายฟ้าแลบ หรือการ
ดีดนิ้วมือ ๑ ครั้ง มี ๓ ตัว คือ อ อิ อุ พร้อมทั้งพยัญชนะที่ประกอบกับสระเหล่านั้น เช่น ก กิ กุ
เป็นต้น

ทีพสระ คือ สระเสียงยาว มีระยะเป็น ๒ เท่าของรัสสสระ มี ๕ ตัว คือ อา อี อู เอ โอ
พร้อมทั้งพยัญชนะที่ประกอบกับสระเหล่านั้น เช่น กา กี กู เก โก เป็นต้น

ปลุตะ คือ สระเสียงยาวกว่าทีพสระ หมายถึงทีพสระนั่นเองที่มีเสียงยาวกว่าปกติ นิยม
ใช้ในการร้องเรียกจากที่ไกล การขับร้อง และการคร่ำครวญ เนื่องจากปลุตะมักปรากฏในการขับร้อง
ดังนั้น ในปริจเฉทที่ ๖ ข้อ ๑๓ ของคัมภีร์นี้ ท่านจึงใช้ คีตะ (เสียงขับร้อง) แทนปลุตะ

พยัญชนะ มีครึ่งมาตรา มี ๓๓ ตัว เช่น ก ข ค ฆ ง เป็นต้น

คาถานี้มีรูปบาลีในคัมภีร์นี้ว่า

เอกมตฺโต ภเว รสฺโส ทีวมตฺโต ทีพมจุจเต
ติมตฺโต ตุ ปลุโต เฌยโย พยญฺชนํ อทุธมตฺติกํ.

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka