ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
[คำว่า กัมมัฏฐาน มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- ที่ตั้งของการกระทำ หมายถึง อารมณ์ของการอบรมจิตเพื่อให้ใจสงบหรือเพื่อให้เกิดปัญญารู้แจ้ง หรือหมายถึงการเจริญภาวนา = กมุมสฺส ฐาน์ กมุมฏฐาน์ (ฉัฏฐีตัปปุริสสมาส)
- การกระทำอันเป็นที่ตั้ง[ของความสุขพิเศษ] หมายถึง การเจริญภาวนา = กมุมเมว ฐาน์ กมุมฏฐาน์ (อวธารณบุพบท กรรมธารยสมาส)]
๒. คำว่า ตตฺถ คือ ในบรรดากรรมฐานทั้งสองนั้น
คำว่า สมถสงคห แปลว่า ในหมวดสมถกรรมฐาน
คำว่า ทส กสิณานิ (วงกสิณ ๑๐) คือ วงกสิณ ๑๐ อย่าง และฌานที่มีกสิณเป็นอารมณ์ ทั้งสองอย่างนั้นเป็นที่ตั้งของการเจริญสมถะที่เรียกว่า การเจริญภาวนาเป็นนิตย์
คำว่า ทส อสุภา (ซากศพ ๑๐) คือ สิ่งที่ไม่งาม ๑๐ อย่าง และฌานที่มีอสุภะเป็นอารมณ์
คำว่า ทส อนุสฺสติโย (การหมั่นระลึก ๑๐) คือ อารมณ์ของการหมั่นระลึก ๑๐ อย่างมีพระพุทธคุณเป็นต้น และสติที่มีการหมั่นระลึกเป็นอารมณ์ กรรมฐานอื่น[ม้อัปปมัญญาเป็นต้น] พึงกล่าวตามสมควร
๓. จริยา คือ ความเป็นไป หมายความว่า ความเป็นไปเสมอ กล่าวคือ ความเป็นไปโดยมาก
ราคจริยา คือ ความเป็นไปของราคะ มีปาฐะอื่นว่า ราคจริตา บ้าง ปาฐะนั้นไม่ปรากฏในคัมภีร์อรรถกถา ข้อความนั้นเหมาะสมในฐานะที่กล่าวถึงบุคคล คำอื่นก็มีนัยเดียวกัน
[คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะทุกฉบับมีรูปว่า ราคจริตา โทสจริตา ฯลฯ แต่คัมภีร์ปรมัตถทีปนี แสดงถึงรูปว่า ราคจริยา โทสจริยา เพราะศัพท์ว่า จริยา หมายถึงกิริยาอาการ ส่วน จริต หมายถึง