ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
อารมณ์ดังกล่าวแม้เป็นอย่างเดียวกันโดยความเป็นอารมณ์ของบริกรรมภาวนา ก็กล่าวแยกไว้เป็นสองชื่อว่า บริกรรมนิมิต และอุคคหนิมิต เพื่อให้ปรากฏความต่างกันของอารมณ์ก่อนและหลัง
๖. ปฐวีกสิณ คือ พื้นวงกลมของดินที่ทำให้มีขนาดเล็กคือหนึ่งคืบสี่นิ้วหรือมีขนาดใหญ่คือวงกระดังเป็นต้น หรือว่ามิได้กระทำเป็นวงไว้โดยเฉพาะ จัดเป็นกสิณ เพราะควรเพ่งทุกส่วน ความจริงคำว่า กสิณ เป็นคำไวพจน์ของคำว่า สกล (ทั้งหมด) เหมือนคำว่า กสิเนน ชมฺพุทฺปสฺส (มณฑลทั้งหมดของชมพูทวีป) ดังนั้น เมื่อถือเอาอารมณ์ในวงปฐวีกสิณเพียงใด ก็พึงใช้จิตรับรู้ให้ทั่วถึงทุกส่วนเพียงนั้น ไม่พึงดำรงอยู่ในบางส่วนของวงปฐวีกสิณ ดังข้าพเจ้า[พระฎีกาจารย์]กล่าวว่า “คำว่า ปฐวีกสิณ คือ พื้นวงกลมของดิน จัดเป็นกสิณ เพราะควรเพ่งทุกส่วน”
กสิณอื่นก็มีนัยเดียวกัน
ปฐวีกสิณ คือ สัณฐานบัญญัติที่ตั้งอยู่เสมอกันโดยความเป็นพื้นเดียวกันของดินที่มีสี[แดงอ่อน]ไม่เข้มนัก
อาโปภสิณ เตโชกสิณ และวาโยกสิณ ก็เช่นเดียวกัน
วาโยกสิณ คือ กองลมที่รู้ด้วยจิตโดยกระทำให้เป็นสัณฐานในที่ซึ่งตนกระทบ
นีลกสิณ คือ สัณฐานบัญญัติอย่างหนึ่งที่มีสีเขียวเป็นหลัก
ปีตกสิณและโอทาตกสิณ ก็เช่นเดียวกัน
อาโลกกสิณ คือ สัณฐานบัญญัติที่พบได้ในบางที่ซึ่งมีแสงของพระจันทร์ พระอาทิตย์ และไฟ เป็นหลัก
อากาศกสิณ คือ สัณฐานบัญญัติที่มีอากาศเป็นหลัก ปรากฏในช่องผนังและช่องหน้าต่างเป็นต้น