Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ด้วยเหตุนั้น รูปาวรปัญจมฌานที่เป็นไปด้วยอำนาจของอภิญญา จึงปรากฏใน
อารมณ์ ๖ มีรูปารมณ์เป็นต้นตามสมควรแก่กุลบุตรผู้เริ่มปฏิบัติในการกระทำอภิญญา ซึ่ง
เป็นผู้สั่งสมความชำนาญในสมาบัติ ๘ ดังกล่าว ฝึกฝนรูปาวรปัญจมฌานจิตของตนด้วย
อาการ ๑๔ อย่างที่กล่าวไว้โดยนัยว่าสิถิรอนุโลม กสิณปฏิโลม เป็นต้น แล้วทำจิตให้แก่กล้า
อาจหาญควรแก่การแสดงฤทธิ์ได้ แล้วปรารภอยู่ว่าเราจักกระทำการแสดงฤทธิ์

คำว่า อภิญญาปาทกปัญจมฌานา วุฏฐิตวา (ออกจากปัญจมฌานอันเป็นบาท
แห่งอภิญญาแล้ว) มีความหมายว่า ออกจากรูปาวรปัญจมฌานที่ก่อให้เกิดอภิญญาเพื่อ
ความเป็นบาทของอภิญญา โดยเนื่องด้วยความเป็นไปของภวังคจิต

คำว่า อธิฏเฐยยะ คือ รูปที่พึงอธิษฐาน หมายถึง รูปเนรมิตมีคนนับร้อยนับพัน
เป็นต้นที่มีวัตถุรูป

คำว่า อธิฏเฐยยาติกะ คือ การกระทำมีความปรากฏและความอันตรธานไม่มี
วัตถุรูปอันมีรูปที่พึงอธิษฐานเป็นต้น

ในคำว่า อาวชชิตวา ปริกมุำ กโรนตุสส (พิจารณาอารมณ์ที่ควรอธิษฐานเป็นต้น
แล้วกระทำบริกรรม) นี้ ลำดับแรก ในการแสดงอิทธิฤทธิ์ บุคคลต้องการทำรูปเนรมิต
มีคนนับร้อยเป็นต้น หรือการกระทำเนรมิตมีความปรากฏเป็นต้นใดๆ ย่อมพิจารณาสิ่งนั้นๆ
แล้วกำหนดกระทำบริกรรมว่า “เราจงเป็นร้อยคน พันคน” หรือ “จงมีคนร้อยคน พันคน”
หรือ “สิ่งนี้ๆ จงมี จงเป็นอย่างนี้ๆ” ส่วนในทิพยโสตเป็นต้น บุคคลต้องการฟัง เห็น รู้ หรือ
ระลึกถึงอารมณ์ใดๆ ก็กำหนดอารมณ์นั้นๆ แล้วกระทำบริกรรมโดยนัยว่า “เราจะฟังเสียง
ของคนโน้น” หรือ “เราจะฟังเสียงของคนเหล่าโน้น” เป็นต้น

การกระทำบริกรรมแล้วเข้าปาทกฌานอีกปรากฏในคัมภีร์อรรถกถา สมจริงดัง
สาธกว่า

ปริกมุำ กตฺวา ปุน ปาทกชฌานสมาปชชนำ อาคตเมว. ยถาก อภิญญาปาทกชฌานํ
สมาปชชิตวา วุฎฐาย สเจ สตํ อิจฉติ. สตํ โหตีติ ปริกมุำ กตฺวา ปุน อภิญญาปาทกํ ฌานํ
สมาปชชิตวา วุฎฐาย อธิฏฐาติ. อธิฏฐานจิตฺเตน สเหว สตํ โหตี.์ ๑๗

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka