Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

หมู่ธรรมที่เป็นอนาคตทั้งหมดเป็นอารมณ์ของอนาคตตังสญาณนี้ได้เหมือนบุพเพนิวาสานุสสติ-ญาณ ดังสารกในคัมภีร์อรรถกถาว่า

เอตญฺหิ อตฺตโน วิสเย สพฺพญญุตญาณคติภํ.๒๓

“อนาคตตังสญาณนี้มีความเป็นไปเหมือนสัพพัญญุตญาณในวิสัยของตน”

ส่วนในคัมภีร์วิภาวนีประสงค์ว่า “ธรรมคือจิตและเจตสิกในอนาคตตั้งแต่เจ็ดวัน หรืออารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่สอง [จากวันที่ตรวจดูด้วยญาณ] เป็นวิสัยของอนาคตตังสญาณนั้น” แม้ข้อความนั้นก็สมควร เพราะญาณที่รู้อนาคตธรรมในภพอื่นได้นี้ไม่ควรเป็นสิ่งที่รู้อนาคตธรรมในภพนี้ไม่ได้

ญาณนี้ย่อมรู้อนาคตธรรมที่เป็นไปในกระแสจิตผู้อื่นในภพนี้ได้ ฉันใด แม้บุพเพนิวาสานุสสติญาณก็รู้อดีตธรรมที่เป็นไปในกระแสจิตของผู้อื่นในภพนี้ได้ ฉันนั้น แต่ในพระบาลีและอรรถกถาได้แสดงญาณทั้งสองด้วยธรรมที่เป็นไปในภพอื่น ข้อนั้นเห็นจะแสดงไว้เพื่อให้ปรากฏอานุภาพพิเศษโดยเนื่องด้วยกาลเฉพาะไม่ทั่วไป

คำว่า โคจรเกโท (การจำแนกอารมณ์) มีความหมายว่า การจำแนกความเป็นไปของสมถฌานในอารมณ์มีกสิน ๑๐ เป็นต้น

จบนัยแห่งสมถกรรมฐาน

อธิบายวิปัสสนากรรมฐาน

๔๓. วิปัสสนา คือ ปัญญารู้แจ้ง [ไตรลักษณ์] ล่วงพ้นอารมณ์มีบุคคล สัตว์ สตรี บุรุษ เป็นต้น และอารมณ์ที่เห็นว่าเที่ยงแท้ เป็นสุข มีอัตตาเป็นต้น ดังที่มหาชนทั้งหมดในโลกรู้เห็นกัน

กรรม คือ การกระทำ หมายถึง ความเพียรในการอบรมจิต

วิปัสสนากรรม คือ การอบรมจิตเพื่อให้เกิดปัญญารู้แจ้ง

อีกนัยหนึ่ง วิปัสสนากรรม คือ ปัญญารู้แจ้งที่เป็นการอบรมจิตนั้นเอง

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka