ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
กุศลในภูมิ ๔ ดังนั้นจึงเรียกว่า ปาติโมกขะ (ประธาน) เพราะเป็นประธาน และเรียกว่า สังวร (เครื่องปิดกั้น) เพราะศีลปิดกั้นทางแห่งความไม่มีศีล
อินทรียสังวร (การสำรวมอินทรีย์) คือ สติที่เป็นไปโดยเนืองด้วยการปิดกั้นหนทาง เกิดอกุศลธรรมที่ทำให้อินทรีย์มีจักษุเป็นต้นหวั่นไหวไม่สำรวม และทำให้เกิดอกุศลธรรม ติดตามต่อมา
อินทรียสังวรศีล คือ ศิลที่เป็นการสำรวมอินทรีย์
อาชีวะ คือ ความเพียรเป็นเหตุเลี้ยงชีพ หมายถึง ความเพียรในการแสวงหาปัจจัย
อาชีวปาริสุทธิ (ความหมดจดแห่งความเพียรเลี้ยงชีพ) คือ ความเพียรนั้นนั่นเอง เพราะหมดจดจากความเพียรทรามมีการให้ดอกไม้เป็นต้นและที่ตั้งของการหลอกลวง ๓ ประการ [การรับปัจจัยจำนวนมากโดยแสร้งทำเป็นคนมักน้อยสันโดษ การพูดอ้อมค้อม เกี่ยวกับอุตริมุสสธรรมในตน และการแสร้งสำรวม] อันพระพุทธเจ้าทรงตำหนิ
พึงกระทำสมาสว่า อาชีวปาริสุทธินั่นเองเป็นศีล จึงชื่อว่า อาชีวปาริสุทธิศีล
ปัจจยสันนิสสิตศีล คือ ญาณพิจารณาในการเสพปัจจัยอันเป็นไปด้วยการกำหนดรู้และใคร่ครวญขอบเขตแห่งประโยชน์นั้นๆ พิจารณาลักษณะปฏิกูล หรือพิจารณาลักษณะของความเป็นธาตุเท่านั้น เพื่อเพิกถอนความหลงยึดติดมัวเมาประมาท ในเวลารับเอาและบริโภคปัจจัยที่ได้รับด้วยความเพียรมีการเที่ยวบิณฑบาตเป็นต้นอันบริสุทธิ์เช่นนั้น
คำว่า ปริสุทธิ คือ ศีลอันหมดจด
คำว่า ปาริสุทธิ คือ ศีลอันหมดจดนั่นเอง [โดยลง ณ ปัจจัยในสกัดตถทิต]
พึงกระทำบทสมาสว่า ความหมดจดนั้นนั่นเองเป็นศีล จึงชื่อว่า ปาริสุทธิศีล
คำว่า จตุปาริสุทธิศีล คือ ศีลอันหมดจด ๔ อย่าง
๕๐. คำว่า จิตฺต (จิต) ในคำว่า จิตฺตวิสุทฺธิ นี้ หมายถึงสมาธิ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ทุวิโปลิ สมาธิ จิตฺตวิสุทฺธิ นาม (สมาธิ ๒ อย่าง ชื่อว่า จิตตวิสุทธิ)
๕๑. คำว่า ลภุจนสปจุปฏฐานปทฏฐานวเสน (ด้วยประเภทของลักษณะ รสะ ปัจจุปัฏฐาน และปทัฏฐาน) นี้ [มีคำอธิบายดังต่อไป]