Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

โดยเหตุที่สัมมสนญาณเป็นปัญญารู้เห็นความไม่เที่ยงอย่างไม่ชัดเจนนัก เพราะรับรู้ความ
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของสภาวธรรม แต่ไม่อาจรู้เห็นการเกิดขึ้นและดับไปอย่างชัดเจนเช่นกับ
อุทยัพพยญาณ ญาณนี้จึงเรียกว่า สัมมสนญาณ (ญาณพิจารณา)]

คำว่า กลาปวเสน สงขิปิตฺวา (โดยย่อเป็นกลุ่ม) มีความหมายว่า ในบรรดาขันธ-
ปัญจกนัย (นัยพิจารณาขันธ์ ๕) ลำดับแรก พึงย่อรูปทั้งหมดที่แม้ต่างกันด้วยประเภทของ
รูปอดีต รูปอนาคต และรูปปัจจุบัน ให้เป็นกลุ่มรูปกองเดียว เวทนาเป็นต้นก็มีนัยเดียวกัน
ในเรื่องนั้น มีนัยดังต่อไปนี้ คือ

ยํ กิญจิ รูปํ อตีตานาคตปัจจุปปนฺนํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา โอฬาริกํ วา สุขุมํ วา
หีนํ วา ปณีตํ วา ยํ ทูเร สนฺติเก วา. สพฺพํ รูปํ อนิจจํ ขยฏฺเฐน ทุกข์ ภยฏฺเฐน อนตฺตา
อสารกฏฺเฐน. ยา กาจิ เวทนา ฯเปฯ ยา กาจิ สญฺญา ฯเปฯ เย เกจิ สขุธารา ฯเปฯ ยํ กิญจิ
วิญญาณํ ฯเปฯ สพฺพํ วิญญาณํ อนิจจ์ ขยฏฺเฐน. ทุกข์ ภยฏฺเฐน อนตฺตา อสารกฏฺเฐนาติ.
เอตฺถ จ สพฺพํ รูปํ ฯเปฯ สพฺพํ วิญญาณํ.๒๕

“รูปอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ภายใน ภายนอก หยาบ ละเอียด
ทราม ประณีต อยู่ไกล หรือใกล้ รูปทั้งหมดไม่เที่ยงเพราะมีสภาพสิ้นไป เป็นทุกข์เพราะมี
สภาพน่ากลัว และเป็นอนัตตาเพราะมีสภาพปราศจากแก่นสาร เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง
...สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง...สังขารอย่างใดอย่างหนึ่ง...วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง...
วิญญาณทั้งหมดไม่เที่ยงเพราะมีสภาพสิ้นไป เป็นทุกข์เพราะมีสภาพน่ากลัว และเป็น
อนัตตาเพราะมีสภาพปราศจากแก่นสาร”

ในพระบาลีนี้ การถือเอาว่ารูปทั้งหมด...วิญญาณทั้งหมด พึงทราบว่าคือการย่อ
เป็นกลุ่ม

คำว่า อนิจจ์ ขยฏฺเฐน (ไม่เที่ยงเพราะมีสภาพสิ้นไป) นี้ มีความหมายว่า บุคคล
พึงกระทำการพิจารณาร่วมกับการกำหนดธรรมที่พึงพิจารณาตามนัยว่า รูปไม่เที่ยงเพราะ
มีสภาพสิ้นไป เวทนาไม่เที่ยงเพราะมีสภาพสิ้นไป สัญญาไม่เที่ยงเพราะมีสภาพสิ้นไป สังขาร

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka