ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
บุคคลย่อมรู้เห็นความแปรปรวนของกระแสรูปภายนอกด้วยการเห็น ย่อมรู้เห็น
ความแปรปรวนของกระแสรูปภายในกายด้วยการสัมผัสทางกาย แต่รู้เห็นความสูญสิ้นไป
ของธาตุที่เป็นองค์ธรรมของกระแสรูปด้วยญาณหยั่งรู้ ด้วยเหตุนี้ บุคคลจึงควรกำหนดรู้
ความแปรปรวนของกระแสธาตุนั้นๆ ภายในกายของตน หรือพินิจโดยอาการนั้นๆ แล้ว
พึงพิจารณาเสมอกระทำให้หยั่งเห็นความไม่เที่ยงของธาตุที่เป็นรูป
ในขันธ์อื่นก็พึงรู้ความต่างกันของกระแสนามนั้นๆ แล้ว พึงกระทำการพิจารณา
กระทำให้หยั่งเห็นความสูญสิ้นไปของเวทนาเป็นต้น
คำว่า ภยฏฺเจน แปลว่า เพราะมีสภาพน่ากลัว สิ่งใดไม่เที่ยง มีสภาพเปลี่ยนแปร
ทุกขณะ สิ่งนั้นควรเป็นของน่ากลัวโดยแท้
ถามว่า : เหตุใดสิ่งนั้นจึงน่ากลัว
ตอบว่า : เพราะบุคคลใดไม่กลัวสิ่งนั้น กระทำความสนิทสนมคุ้นเคย รักษาให้
เป็นอวัยวะของตนว่านี้ของเรา สิ่งนั้นย่อมบีบคั้นเบียดเบียนเขาเป็นนิตย์ด้วยทุกข์คือการ
ปรุงแต่งหลายพันไม่มีที่สิ้นสุด หรือบีบคั้นด้วยทุกข์คือความแปรปรวน ดังนั้นจึงชื่อว่า ทุกข์
เพราะมีสภาพน่ากลัว เนื่องจากมีสภาพบีบคั้นอยู่เสมอด้วยทุกข์ต่างๆ
ที่ชื่อว่า อนัตตา เพราะตรงข้ามกับอัตตา
อัตตา คือ สิ่งที่บุคคลยึดมั่นด้วยความเป็นภาวะสูงสุดที่เกิดภายในอย่างนี้ว่า ภาวะ
ภายในที่ประเสริฐกว่านี้ไม่มีแก่เรา
ถามว่า : สิ่งใดควรยึดมั่นเช่นนั้น
ตอบว่า : สิ่งที่ควรยึดมั่นเช่นนั้น คือสิ่งที่เป็นไปในอำนาจโดยสิ้นเชิง ย่อมดำเนิน
ไปไม่แปรผันเสมอตามความปรารถนายินดีหรือการบังคับของตน โดยปราศจากการ
ปรุงแต่ง ดังที่กล่าวมาแล้ว สภาพดังกล่าวชื่อว่าทำหน้าที่ของอัตตาแก่เหล่าสัตว์ผู้รักสุข
เกลียดทุกข์เสมอ ส่วนสภาพใดย่อมขัดทำลายสุขตามที่ดำเนินไปของเหล่าสัตว์ผู้รักสุข
เสมอก่อให้เกิดทุกข์ต่างๆ ซึ่งมีการปรุงแต่งเป็นต้นอันเป็นมูลเหตุแก่เหล่าสัตว์ผู้เกลียดทุกข์