Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

สภาพนั้นเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับอัตตาโดยแท้ รูปนี้ก็เป็นเช่นนี้ จึงชื่อว่าอนัตตา เพราะไม่
กระทำหน้าที่ของอัตตา และกระทำหน้าที่อันตรงกันข้ามกับอัตตา

ท่านกล่าวว่า อสารกฏฺเฌน (เพราะมีสภาพปราศจากแก่นสาร) เพื่อแสดงเหตุที่
รูปนี้ไม่เป็นไปในอำนาจของตน ไม่กระทำหน้าที่ของอัตตา และกระทำหน้าที่ซึ่งตรงกันข้าม
กับอัตตา

ในประโยคนั้น แก่นสาร คือ กำลังพิเศษที่เรียกว่าความสามารถเพื่อทำให้เกิดขึ้น
ตามความต้องการโดยปราศจากความพร้อมมูลของเหตุปัจจัย หรือตั้งอยู่ได้ตามความ
ปรารถนาโดยปราศจากการค้ำจุนของเหตุปัจจัยหลังจากเกิดขึ้นแล้ว แม้รูปก็ไม่เป็นแก่นสาร
และไม่ประกอบด้วยแก่นสารเช่นนี้ เพราะไม่มีกำลังเพื่อจะเกิดขึ้นเองโดยปราศจากความ
พร้อมมูลของเหตุปัจจัย หรือตั้งอยู่เพียงชั่วขณะโดยปราศจากการค้ำจุนของเหตุปัจจัย
หลังจากเกิดขึ้นแล้ว

ธรรมดาว่ารูปย่อมเกิดขึ้นด้วยกำลังแห่งความพร้อมเพรียงของเหตุปัจจัยโดย
ปราศจากกำลังของตน ย่อมตั้งอยู่ด้วยการอุปถัมภ์ของเหตุปัจจัย เมื่อก่อให้เกิดทุกข์ในการ
ปรุงแต่งปัจจัยหลายพันอย่างแล้ว ย่อมชื่อว่ากระทำหน้าที่อันตรงกันข้ามกับอัตตาเสมอ ย่อม
บีบคั้นเบียดเบียน

คำว่า “เวทนาไม่เที่ยงเพราะมีสภาพสิ้นไป” เป็นต้นก็มีนัยเดียวกัน

พึงสัมพันธ์[บทที่ห่างกัน]ว่า พิจารณาไตรลักษณ์ว่า [ไม่เที่ยงเพราะมีสภาพสิ้นไป
เป็นทุกข์เพราะมีสภาพน่ากลัว และเป็นอนัตตาเพราะมีสภาพปราศจากแก่นสาร]

คำว่า อทฺธานุวเสน (โดยเนื่องด้วยระยะเวลา) มีความหมายว่า โดยเนื่องด้วยระยะ
เวลาที่ดำเนินไปซึ่งกำหนดไว้ด้วยภพหนึ่งๆ เพราะขันธ์ ๕ ที่เกิดในภพอื่นย่อมไม่ติดตามไป
สู่ภพอื่นนอกจากนั้น ย่อมดับไม่มีเหลือในภพนั้นๆ

อีกนัยหนึ่ง พึงประกอบประเภทของกาลเวลาโดยจำแนกเป็นวัย ๓ ทสกะ
(หมวดสิบ) ๑๐ มีมันททสกะ (๑๐ ปีแห่งเด็กอ่อน) เป็นต้น ปี ฤดู เดือน ปักษ์ ดิถี วัน
คืน ยาม เป็นต้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka