ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
หยั่งเห็นความเกิดดับได้ชัดเจนว่าเป็นความเกิดดับของกระแสรูปนามหลายระยะที่มีในฝ่ายเกิดขึ้นและดับไปด้วยอำนาจของอุตุต่างกัน อาหารต่างกัน จิตต่างกัน อิริยาบถต่างกันหรือความเพียร [มีการเหยียดและคู้เป็นต้น] ต่างกัน ในร่างกายนี้ ฉะนั้น
เมื่ออุทยัพพยญาณของบุคคลผู้หยั่งเห็นอยู่อย่างนี้ ซึ่งถึงความเป็นผู้ปรารภวิปัสสนาแล้ว ได้ดำเนินไปอย่างแก่กล้า ธรรมที่เป็นอุปสรรคคือวิปัสสนูปกิเลส ๑๐ อย่างย่อมเกิดขึ้น พระอนุรุทธอาจารย์กล่าวคาถาแรกที่ขึ้นต้นว่า โอภาโส (แสงสว่าง ปีติ ปัสสัทธิอธิโมกข์ ปัคคหะ สุข ญาณ อุปฏฐาน อุเปกขา และความชอบใจ ชื่อว่า มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ) เพื่อแสดงธรรมที่เป็นอุปสรรคเหล่านั้น
ในคาถานั้น คำว่า โอภาโส (แสงสว่าง) คือ แสงสว่างจากสรีระที่เกิดจากวิปัสสนาจิต
[อนาถปิณฑิกเศรษฐีได้ยินว่าพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกแล้วเจริญสติระลึกถึงพระพุทธคุณด้วยอำนาจของสมาธิทำให้เกิดแสงสว่างแผ่ออกจากร่างกายของท่าน แสงสว่างเช่นนี้เกิดจากสมาธิ แต่ในที่นี้กล่าวถึงแสงสว่างที่เกิดจากวิปัสสนาญาณ ๔]
คำว่า ปีติ คือ ปีติ ๕ อย่างที่ประกอบกับวิปัสสนาจิต
คำว่า ปสสัทธิ (ความสงบ) คือ ความสงบทั้งสองอย่าง [ความสงบกายและความสงบใจ]
คำว่า อธิโมกโข คือ สัทธาธิโมกข์ (ความเชื่อด้วยศรัทธา)
คำว่า ปคุคโห แปลว่า ความเพียร
คำว่า สุข์ (สุข) คือ ความโสมนัส
คำว่า ญาณ์ (ญาณ) คือ วิปัสสนาญาณ
คำว่า อุปฏฐานํ แปลว่า สติ