ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
คำว่า ปุถุชนโคตฺตมภิภวนฺต์ (ข้ามพ้นความเป็นปุถุชน) นี้ แสดงข้อความว่า โคตรภู คือ จิตข้ามพ้นโคตร[ของปุถุชน]
คำว่า “โคตร” หมายถึง ปุถุชนชาติคือความไม่เป็นพระอริยะ เพราะมีกิเลสอันหยาบหนา
คำว่า อริยโคตตมภิสมฺโภนตฺจ (และเข้าถึงความเป็นพระอริยบุคคล) นี้ แสดงข้อความว่า โคตรภู คือ จิตเข้าถึงโคตร[ของพระอริยบุคคล]
คำว่า “โคตร” หมายถึง อริยชาติคือความเป็นผู้หมดจดจากกิเลสนั้นๆ
[คำว่า โคตรภู มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- จิตข้ามพ้นโคตรของปุถุชน = โคตฺต์ ภวติ อภิภวตีติ โคตรภู (ภู ธาตุมีอรรถว่า ข้ามพ้น)
- จิตเข้าถึงโคตรของพระอริยบุคคล = โคตฺต์ ภวติ ปาปุณาตีติ โคตรภู (ภู ธาตุมีอรรถว่า เข้าถึง)]
๕๘. พึงสัมพันธ์[บทที่ห่างกัน]ว่า มรรคย่อมก้าวเข้าสู่อัปปนาวิถี
คำว่า ทุกฺขสจฺจํ ปริชานนฺโต (กำหนดรู้ทุกขสัจ) มีความหมายว่า กำหนดรู้ว่าธรรมในภูมิ ๓ เป็นทุกข์ การกำหนดรู้ในที่นี้ คือการละความหลงที่ปิดบังความเป็นทุกข์ของธรรมดังกล่าว
คำว่า สมุทโยสจฺจ์ ปชหนฺโต (ละสมุทยสัจ) มีความหมายว่า ละสมุทยสัจคือตัณหาที่เป็นไปโดยความเป็นอนุสัยในกระแสจิตของตนได้บางส่วนหรือทั้งหมด โดยกระทำไม่ให้เวียนกลับมาอีก
[โสดาปัตติมรรคยังละตัณหาไม่ได้ พระโสดาบันจึงยังครองเรือนอยู่เหมือนกับคนทั่วไป สกทาคามิมรรคละตัณหาหยาบได้ พระสกทาคามีจึงไม่เสพเมถุน อนาคามิมรรคละกามตัณหาได้ พระอนาคามีผู้เป็นคฤหัสถีจึงนุ่งห่มผ้าขาวเสมอ ส่วนอรหัตตมรรคละรูปตัณหาและอรูปตัณหาได้]