ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
คำว่า หีเน แปลว่า ที่ตนละได้แล้ว
คำว่า เสเส (ที่ยังเหลืออยู่) คือ ที่ยังละไม่ได้ ซึ่งควรกำจัดด้วยมรรคชั้นสูง
ฝ่ายการพิจารณากิเลสที่ตนละได้แล้วและที่ยังเหลืออยู่ทั้งสองอย่าง ย่อมไม่ปรากฏ
แก่บุคคลผู้เป็นชีวิตสมสีสีและผู้ไม่ฉลาดในการจำแนกกิเลสบางคน ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า
ปจจเวกขติ วา น วา (และบางคนก็พิจารณากิเลสที่ตนละได้แล้ว และที่ยังเหลืออยู่ก็มีบ้าง)
[ชีวิตสมสีสี คือ บุคคลผู้บรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วปรินิพพานในขณะนั้น ตัวอย่างเช่น
ผู้ที่บรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วถูกตัดศีรษะทันที ท่านไม่มีการพิจารณากิเลสที่ตนละได้แล้ว]
ในเรื่องนี้ ลำดับแรก ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค๒๗ ได้กล่าวการพิจารณามรรคไว้ก่อน
การพิจารณาทั้งหมด ต่อแต่นั้น จึงกล่าวการพิจารณาผล พิจารณากิเลสที่ตนละได้แล้ว
และพิจารณากิเลสที่ยังเหลืออยู่ แล้วกล่าวการพิจารณานิพพานไว้ในที่สุด ส่วนในอรรถกถา
ปฏิสัมภิทามรรคประสงค์การพิจารณากิเลสไว้ก่อนการพิจารณาทั้งหมด ดังสารกในคัมภีร์
นั้นว่า
ปจจเวกขเณสุ ปรัม กิเลสปจจเวกขณ์ โหติ. ตโต มคฺคผลนิพพานปจจ-
เวกขณานิ.๒๘
“ในบรรดาการพิจารณาทั้งหลาย การพิจารณากิเลสย่อมมีก่อน ถัดจากนั้นจึงมี
การพิจารณามรรค ผล และนิพพาน”
ข้อความนั้นกล่าวไว้เพราะในพระบาลีกล่าวถึงวิมุตติญาณโดยเฉพาะก่อนในลำดับ
แรกของการแสดงปัจจเวกขณญาณอย่างนี้ว่า
ฉินุนมนุปสสเน ปญฺญา วิมุตติญาณํ.๓๐
“ปัญญาที่เป็นไปในการรู้เห็นกิเลสทั้งหลายที่ถูกกำจัดแล้ว ชื่อว่า วิมุตติญาณ”
ในพากย์นั้น คำว่า “กิเลสทั้งหลายที่ถูกกำจัดแล้ว” หมายความว่า กิเลสทั้งหลาย
ที่ถูกกำจัดแล้วด้วยมรรคนั้นๆ