ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ปริจเฉทที่ ๙ กัมมัฏฐานสังคหะ (ประมวลกรรมฐาน)
พิจารณาผล บางคนพิจารณานิพพาน แต่วิถีหนึ่งหรือสองวิถีในปัจเวกขณวิถีเหล่านี้ย่อม
สมควรมีได้”
พึงสัมพันธ์[บทที่ห่างกัน]ว่า มรรค ๔ อย่างที่บุคคลพึงเจริญตามลำดับของวิสุทธิ
๖ อย่างนี้ เรียกว่า ญาณทัสสนวิสุทธิ
คำว่า “มรรค” ในที่นี้หมายเอามรรคญาณ ๔ และผลญาณ ๔ โดยเนื่่องด้วยความ
เป็นไปที่คล้อยตามมรรคญาณ
[คำว่า มรรค ในที่นี้ชื่อว่า อุปลักขณะ คือ การแสดงตัวอย่างไว้เป็นเครื่องสังเกตแทน
สิ่งอื่นๆ ทั้งหมด จึงหมายถึงมรรคญาณและผลญาณทั้งสองอย่าง]
คำว่า เอตฺถ คือ ในวิปัสสนากรรมฐาน
๖๑. คำว่า ตตฺถ คือ ในบรรดาวิปัสสนา มรรค และผลเหล่านั้น
อภินิเวสะ คือ ความยึดมั่น หมายความว่า ความเป็นไปยึดถือขันธ์ภายในเหมือน
ความเป็นไปของเชิงเขาสิเนรุที่หยั่งลงบนแผ่นศิลาด้านล่าง
อัตตาทินิเวสะ คือ ความยึดมั่นว่าอัตตา [อนัตตานุปัสสนาที่ละ]อัตตาทินิเวสะนั้น
คำว่า มุญจนฺตี (ละอยู่) มีความหมายว่า ความยึดมั่นนั้นย่อมดำเนินไป เพราะไม่
รู้เห็นว่าธรรมภายในดำเนินไปเนื่องด้วยเหตุปัจจัยอย่างเดียว และไม่รู้เห็นความดับในทุกขณะ
อนัตตานุปัสสนาจึงเปลื้องความยึดมั่นด้วยอำนาจของการหยั่งเห็นเสมอโดยนัยว่า รูปเป็น
อนัตตา เวทนาเป็นอนัตตา เป็นต้น โดยกระทำให้รู้เห็นลักษณะทั้งสองนั้น[คือความเนื่องด้วย
ปัจจัยและความดับในทุกขณะ]อย่างชัดเจน
คำว่า วิโมกขมุขํ โหติ (เป็นหนทางสู่วิโมกข์) คือ เพราะเป็นเหตุเข้าไปสู่มรรคผล
ที่เรียกว่า สุญญตวิโมกข์