Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

สิ้นเชิง ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า โสตาปตฺติมคุคํ ฯเปฯ ปหีนาปายคมโน (บุคคลผู้เจริญ
โสตาปัตติมรรคแล้ว ละการไปสู่อบายได้แล้วด้วยการละทิฏฐิและวิจิกิจฉา)

คำว่า อปายคมนะ คือ กรรมที่ทำให้ไปสู่อบาย หมายถึง อกุศลธรรมที่ไม่ประกอบ
กับทิฏฐิและวิจิกิจฉา พร้อมทั้งทุจริตกรรมที่เคยกระทำมาในภพก่อน

คำว่า ปหีนาปายคมนะ คือ ผู้ละกรรมที่ทำให้ไปสู่อบายได้แล้ว

สำหรับพระอริยบุคคลผู้รู้แจ้งสัจจะ ๔ ละอัตตทิฏฐิได้แล้ว โพธิปักขิยธรรมย่อม
ตั้งอยู่ในฝ่ายเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปอย่างแน่นอน ส่วนกิเลสธรรมย่อมตั้งอยู่ในฝ่ายเสื่อม และเมื่อ
เสื่อมถอยตามไปลำดับอยู่ ย่อมถึงความดับสูญโดยสิ้นเชิงในภพ ๗ เป็นอย่างมาก ฉะนั้น
ท่านจึงกล่าวว่า สตตกขตตุปรมโส โสตาปนฺโน นาม โหติ (ผู้มีการเกิดอีก ๗ ครั้งเป็น
อย่างมาก)

ในประโยคนั้น คำว่า สตตกขตฺตุ (๗ ครั้ง) หมายถึงการถือปฏิสนธิ ๗ ครั้ง

คำว่า ปรโม (อย่างมาก) มีความหมายว่า ขอบเขตที่สูงสุด

คำว่า สัตตักขตตปรมะ คือ ผู้มีการเกิดอีก ๗ ครั้งเป็นอย่างมาก

บุคคลดังกล่าวมี ๓ ประเภท คือ ผู้มีการเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างมากในเทวดา ผู้มี
การเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างมากในมนุษย์ และผู้มีการเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างมากในเทวดาและ
มนุษย์ทั้งสองฝ่าย ดังพระพุทธวจนะว่า

กตโม จ ปุคคุโล สตตกขตฺตุปรมโส อิเธกจฺโจ ปุคคุโล ติณฺณ์ สํโยชนานํ ปริกฺขยา
โสตาปนฺโน โหติ, อวินิปาตธมฺโม นิยโต, สมฺโพธิปรายโน, โส สตตกขตฺตคุํ เทเว จ มนุสฺเส จ
สนธาวิตฺวา สํสริตฺวา ทุกขสฺสนฺต์ กโรติ. อย์ วจุจติ ปุคคุโล สตตกขตฺตปรโม.๓๕

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีการเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างมากเป็นไฉน บุคคล
บางคนในโลกนี้เป็นพระโสดาบัน มีปกติไม่ตกอบาย มีสุคติแน่นอน มีมรรคญาณเป็น
เบื้องหน้า เพราะละสังโยชน์สามได้ บุคคลนั้นท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ ๗ ครั้งแล้ว
จักกระทำที่สุดแห่งทุกข์ บุคคลนี้เป็นผู้มีการเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างมาก”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka