ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ในพระบาลีนี้ จ ศัพท์มีอรรถว่า อนิยมะ (ความไม่แน่นอน) คำนั้นแสดงว่าบุคคลใด
ท่องเที่ยวไป ๗ ครั้งในเทวดาอย่างเดียว บุคคลใดท่องเที่ยวไป ๗ ครั้งในมนุษย์อย่างเดียว
หรือบุคคลใดท่องเที่ยวไป ๗ ครั้งในเทวดาและมนุษย์โดยภพที่ผสมกัน บุคคลนั้นทั้งสาม
ประเภท ชื่อว่า ผู้มีการเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างมาก แต่ในคัมภีร์อรรถกถากล่าวข้อความของ
ปาฐะในพระบาลีนั้นโดยเนื่องด้วยภพที่ผสมกัน
บุคคลผู้มีการเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างมาก กล่าวไว้ด้วยอานุภาพของมรรคนี้เท่านั้น
ไม่เกี่ยวกับอานุภาพของมหัคคตฌานและวิปัสสนาในมรรคชั้นสูง บุคคลนั้นเป็นสุกขวิปัสสกะ
(ผู้เจริญวิปัสสนาอย่างเดียว) หรือผู้เสื่อมจากฌานแล้ว ดังกล่าวไว้ในพระบาลีว่า
กตเมสํ ปญฺจนุน อิธ นิฏฐา. สตตกขตฺตุปรมสส โกล์โกลสส เอกพีชิสส สกทา-
คามิสส โย จ ทิฏฐเจว ธมฺเม อรหา.๓๖
“ความสำเร็จในกามภูมินี้มีอยู่แก่บุคคล ๕ จำพวกไหน ความสำเร็จในกามภูมินี้
มีอยู่แก่พระโสดาบันสัตตักขัตตุปปรมะ พระโสดาบันโกลังโกละ พระโสดาบันเอกพีชี พระ
สกทาคามี และพระอรหันต์ในภพปัจจุบัน”
ในอรรถกถาปฏิสัมภิทามรรคล่าวว่า
ตโยปิ อิเม โสตาปนฺนา กามภวเวสน วุตฺตา. รูปารูปภเว ปน พหุกาปิ ปฏิสนฺธิโย
คณหนฺติ.๓๗
“พระโสดาบันทั้งสามจำพวกนี้กล่าวไว้โดยเนื่องด้วยกามภพ แต่พวกท่านถือ
ปฏิสนธิได้มากในรูปภูมิและอรูปภูมิ”
ในอรรถกถาอังคุตตรนิกายกล่าวว่า
อฏฐฏมุ ภวนฺติ กามภเว อฏฐมุ ปฏิสนฺธิ.๓๘
“คำว่า อฏฐมุ ภวํ (ภพที่ ๘) คือ การปฏิสนธิครั้งที่ ๘ ในกามภพ”