ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ที่ก่อให้เกิดปฏิสนธิ์ เพราะความดับของวิญญาณจิตที่ก่อให้เกิดปฏิสนธิด้วยโสตาปัตติ-
มรรคญาณ”
[บางคนอ้างว่า พระโสดาบันสัตตักขัตตุปประเกิดได้ ๑๔ ภพในกามภูมิ โดยอ้างอิง
คำกราบบทูลของเทพบุตรชนวสภะว่า “ภพมี ๑๔ คือภพ ๗ ในเทวโลกนี้ และภพ ๗ ในมนุษย์โลกนั้น”
แต่ความจริงคำนี้หมายถึงอดีตภพที่พระองค์เคยเกิดมาก่อนที่จะเป็นพระเจ้าพิมพิสาร มิใช่หมายถึง
พระองค์จะไปเกิดต่อไป เพราะมีข้อความต่อมาว่า นิวัสมภิขานามิ ยตุก เม วุสิต์ ปุเร (ข้าพระองค์
ทราบภพที่ข้าพระองค์เคยอยู่มาก่อน) ความหมายก็คือ พระองค์แม้จะเป็นพระโสดาบันก็ไปเกิดใน
สวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกา เพราะพระองค์เคยเกิดมาในสวรรค์ชั้นนี้ ๗ ครั้ง ทำให้ผูกพันในภพที่เคย
อยู่มาก่อน และด้วยอำนาจของความผูกพันในภพเดิม (นินติตตัณหา) พระองค์จึงไปเกิดเป็นเทพบุตร
ชนวสภะในสวรรค์ชั้นนั้น
ข้อความในอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ว่า “ดูกรอุทยี ถ้าอานนท์ยังไม่สิ้นราคะพึงเสียชีวิต
เธอพึงกระทำการครองราชย์ในเทวดา ๗ ครั้ง พึงกระทำการครองราชย์อันยิ่งใหญ่ในชมพูทวีปนี้ ๗
ครั้ง แต่อานนท์จักปรินิพพานในภพปัจจุบัน”๔ หมายความว่า ถ้าพระอานนท์ไปเกิดในมนุษย์โลก
ก็จะเป็นพระจักรวรรดิราชปกครองชมพูทวีป ๗ ครั้ง ถ้าไปเกิดในเทวโลก ก็จะครองราชย์ในภพนั้น
๗ ครั้ง ไม่ใช่หมายความว่าพระอานนท์จะไปเกิดอีก ๑๔ ภพ
ด้วยเหตุนี้ คัมภีร์ปรมัตถทีปนีจึงไม่ยอมรับความคิดดังกล่าว]
๖๙. คำว่า ราคโทสโมหาน์ (ราคะ โทสะ และโมหะ) คือ กามราคะ โทสะ และ
โมหะอันตั้งอยู่ในจิตเดียวกันกับราคะและโทสะ
คำว่า ตนุกรตฺตา (เพราะกระทำให้เบาบาง) มีความหมายว่า เพราะกระทำให้
เบาบางด้วยการขัดเกลาทำให้เกิดขึ้นไม่ได้ โดยต่างจากกิเลสที่เกิดในกระแสจิตของพระ
โสดาบันซึ่งมีกำลังในอารมณ์ที่น่าพึงใจอันไม่ผิดธรรมและเป็นเหตุให้เสพเมถุน หมายความว่า
ทำให้เบาบางโดยเกิดขึ้นในบางคราวและเกิดขึ้นอย่างอ่อนกำลัง