ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
๗๖. คำว่า จาริตตโสภิตวิสาลกุลโหยหะ คือ ผู้งามด้วยจาริตศีลคือมรรยาทของตระกูล ผู้เกิดในตระกูลใหญ่ เพราะบริบูรณ์ด้วยญาติมิตรและโภคทรัพย์, [ปกรณ์ใดอันผู้มีนามว่านัมปะ] ผู้งามด้วยจาริตศีล ผู้เกิดในตระกูลใหญ่นั้น [ได้อาราธนาแล้ว]
คำว่า สัทธากิ้วฑฆปริสุทธคุณโหยหะ คือ ผู้เจริญยิ่งด้วยศรัทธาและรุ่งเรืองด้วยคุณธรรมมีศีล การสดับ และการบริจาคเป็นต้นอันบริสุทธิ์ของตน, [ปกรณ์ใดอันผู้มีนามว่านัมปะ] ผู้เจริญยิ่งด้วยศรัทธาและรุ่งเรืองด้วยคุณอันบริสุทธิ์ [ได้อาราธนาแล้ว]
คำว่า นัมปวุหเยน (ผู้มีนามว่านัมปะ) คือ อุบาสกผู้มีนามว่านัมปะ
[คัมภีร์อนุปทีนีอธิบายว่า นมป แปลว่า ผู้รักษาชนนั้นๆ โดยมีรูปวิเคราะห์ว่า นํ นํ ชนํ ปาติ รุกขตีติ นมฺโป (ผู้รักษาชนนั้นๆ ชื่อว่า นัมปะ)
ตามนัยนี้สำเร็จรูปมาจาก นํ บทหน้า + ปา ธาตุ + กุวิ ปัจจัย ฉบับฉัฏฐสังคายนาก็มีรูปว่า นมปวุหเยน เหมือนคัมภีร์นี้ แต่ฉบับสิงหลมีรูปว่า นมพุวหเยน (ผู้มีนามว่านัมพะ) แม้พระเถระชาวลังกาก็มีความเห็นว่า ชื่อว่านัมพะ เป็นภาษาท้องถิ่นของชาวสิงหลในสมัยก่อน ไม่มีความหมายใดๆ]
คำว่า ปณิธาย (ปรารถนา) มีความหมายว่า ตั้งไว้ในใจยิ่ง คือ อาสัย มุ่งมั่น
คำว่า ปรานุกมปํ (ความอนุเคราะห์แก่ผู้อื่น) พึงสัมพันธ์เป็นข้อความว่า ปรารถนาความอนุเคราะห์ คือความการุณย์แก่ผู้อื่นซึ่งเป็นชนรุ่นหลังผู้มีปัญญาด้อยกว่าตน
คำว่า ปตฺถิตํ แปลว่า อาราธนาแล้ว
คำว่า ปุญฺเญน เตน วิปุเลน (ด้วยบุญอันไพบูลย์นั้น) มีความหมายว่า ด้วยบุญอันไพบูลย์ที่ได้รับจากการแต่งคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะนั้น
คำว่า ตุมูลโสม์ (วัตตุมูลโสมะ) คือ วัดที่มีชื่อเช่นนี้ ดังสารทกในคัมภีร์ขุททสิกขา-ฎีกาว่า