Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

สีหพฺทีป ตุตูลโสมวิหาเร สํมสุส ปากวตฺตมฺปิ ตาลปณฺณ์ วิภิกฺณิตฺวา กรียติ.
กสมา น หิ ตตฺถ ปณฺเณน อตฺโถ อตฺถิ. สพฺเพปิ อิฏฐกจฺฉนฺนา ปาสาทททโย.๕

“แม้อาหารที่หุงเสมอ[ถวาย]แด่พระสงฆ์ในวัดตุมูลโสมะที่ประเทศสิงหล ก็มีได้ด้วย
การขายใบตาล เพราะวัดนั้นไม่ต้องการใช้ใบตาล ปราสาทเป็นต้นทั้งหมดมุงบังด้วยแผ่นอิฐ”

ดังได้สดับมาว่าวัดนั้นปรากฏชื่อว่า วัดโสมะ จนถึงปัจจุบัน เพราะพระนางโสมาเทวี
อัครมเหสีของพระเจ้าอภัยคีรี (พระเจ้าวัฏฏगाมณฉีอภัย) โปรดให้สร้างไว้ก่อน

ส่วนคำว่า ตุมูล เป็นคำไวพจน์ของคำว่า วิปุล (ใหญ่) ดังพระบาลีเป็นต้นว่า

อเถตฺถ วตฺตติ สทฺโท      ตุมูโล เภรโว มหา
หตฺถินาเค ปทินุมฺมหิ      สิวนํ รฏฺฐวตฺตเม.๕๒

“เมื่อพระเจ้าเวสสันตรประทานช้างมงคลที่เป็นเครื่องเจริญศรี
แห่งแว่นแคว้นของชาวสีวี คราวนั้น เสียงเซ็งแซ่ใหญ่น่าตกใจได้บังเกิด
ในนครนั้น”

วัดนั้นมีบริเวณ (สถานที่พำนักของพระภิกษุ) จำนวนมากราว 60 คณะ จึง
ใหญ่โตกว้างขวาง ดังนั้นจึงเรียกว่า วัดตุมูลโสมะ (วัดโสมะใหญ่) เพราะเป็นวัดใหญ่โต
กว้างขวาง [ขอภิกษุทั้งหลายผู้มีปัญญาจงรำลึกถึง]วัดตุมูลโสมะ ความหมายก็คือ วัดมหา
โสมะ (วัดโสมะใหญ่)

พระอนุรุทธาจารย์กล่าวถึงวัดที่อยู่แห่งอาจริยวงศ์ของท่านด้วยคาถานี้ ส่วนวัดที่
พำนักของท่านกล่าวไว้ในคัมภีร์นามรูปปริจเฉท

[วัดตุมูลโสมะที่พระอนุรุทธาจารย์กล่าวถึงในคาถานี้เป็นวัดที่อยู่แห่งอาจริยวงศ์ของพระเถระ
ส่วนวัดที่พำนักของท่านเองปรากฏในคัมภีร์นามรูปปริจเฉท (คาถา ๑๘๕๔-๗) ว่า ท่านพำนักอยู่ที่วัด
มหาเฆพวัน ใกล้เจดีย์โสวัณณมาลี เมืองอนุราธบุรี ประเทศศรีลังกา และเมื่อแต่งคัมภีร์ปรมัตถ-
วินิจฉัย ท่านพักอยู่ที่เมืองตัญโช (Tanjore) ในแคว้นตัมพะแถบอินเดียตอนใต้ติดชายฝั่งมหาสมุทร
เรื่องนี้ปรากฏในนิคมคาถาของคัมภีร์ปรมัตถวินิจฉัย (คาถา ๑๑๕๒-๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka