ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ชาวพม่าเข้าใจว่าวัดที่อยู่แห่งอาจริยวงศ์นั้น มีชื่อว่า มูลโสมะ บ้าง ตุมูลโสมะ บ้าง เพราะ
คำลงท้ายของอภิธัมมัตถสังคหะมีรูปต่างกัน ๒ ลักษณะ คือ ตุ มูลโสม์ และ ตุมูลโสม์ ตามรูปแรก
มีชื่อว่า วัดมูลโสมะ หรือ วัดมูลโสมาราม ส่วนรูปหลังมีชื่อว่า วัดตุมูลโสมะ คือ วัดโสมะใหญ่ คัมภีร์
มณิสารมัญชูสา (เล่ม ๒ หน้า ๔๙๗) กล่าวถึงชื่อทั้งสองไว้ตามปาฐะที่พบในสมัยนั้น
ตามหลักฐานในคัมภีร์ม하วงศ์ (ปริจเฉท ๓๓ คาถา ๔๕-๔๖) กล่าวว่า พระนางโสมาเทวี
มเหสีของพระเจ้าวัฏฏคามณีอภัยโปรดฯ ให้สร้างวัดโสมารามไว้ในพุทธศักราช ๔๕๕ และต่อมาเมื่อ
วัดขยายกว้างขึ้น จึงปรากฏชื่อว่า วัดตุมูลโสมะ (วัดโสมะใหญ่) โดยคำว่า ตุมูล แปลว่า “ใหญ่” คัมภีร์
ปรมัตถทีปนีใช้ชื่อว่า วัดตุมูลโสมะ ดังที่คัมภีร์มหาวงศ์กล่าวถึงชื่อโสมาราม และได้อ้างอิงสารจาก
คัมภีร์ขุททสิกขาฎีกาเก่า
อย่างไรก็ดี ทรรศนะที่กล่าวถึงชื่อวัดตุมูลโสมะ ไม่เป็นที่ยอมรับของนักวิชาการทั่วไป เพราะ
วัดดังกล่าวนับเนื่องในนิกายอภัยคิริวิหารซึ่งยอมรับการแก้ไขปรับปรุงพระธรรมวินัยเช่นเดียวกับนิกาย
มหายาน จึงไม่จัดเข้าอยู่ในนิกายมหาวิหารที่รักษาสืบทอดพระธรรมวินัยอย่างบริสุทธิ์และเป็นวงศ์
ของพระอรรถกถาจารย์กับพระฎีกาจารย์ทั้งหลาย ดังนั้น นักวิชาการปัจจุบันจึงเชื่อว่าวัดตุมูลโสมะ
ไม่ควรเป็นอาจริยวงศ์ของพระอนุรทธาจารย์ นอกจากนี้ อาจารย์บางท่านได้แสดงความเห็นว่า รูปว่า
ตุมูล ไม่มีในภาษาสันสกฤต มีแต่ ตุมูล ที่มีอรรถว่า พยากุล (สับสน) จึงไม่ควรมีชื่อว่า ตุมูลโสมะ
เมื่อตรวจสอบใบลึงหลและฉบับพม่าบางฉบับ พบว่าฉบับเหล่านั้นมีรูปแยกเป็น ๒ คำ
คือ ตุ มูลโสม์ ตามฉบับนี้ถือว่าเป็นวัดมูลโสมะ (ตุ ศัพท์ไม่มีความหมายอะไร ใส่เข้ามาเพื่อให้ครบ
พยางค์ในบาท เช่น ฉานเมเกกมนุต ตุ และ ฉรา นาม ตุ นามสุส เป็นต้น) แม้คัมภีร์อภิธัมมัตถ-
สังคหะแปลนภาษาลิงหลที่พระสารีบุตรเถระแต่งในรัชสมัยของพระเจ้าปรากรมพาหุที่ ๑ (พ.ศ. ๑๖๖-
๑๗๒๙) ก็กล่าวว่าเป็นวัดมูลโสมะ โดยเหตุที่ชาวสิงหลในสมัยก่อนย่อมจะรู้จักชื่อวัดในลังกาทวีปเป็น
อย่างดี ดังนั้น จึงมีข้อยุติในชื่อว่า มูลโสมะ
สำหรับที่มาของชื่อว่า มูลโสมะ และสถานที่ตั้งของวัดในเมืองอนุราธบุรี ขณะนี้ยังไม่มี
หลักฐานในวรรณกรรมสิงหลยืนยันได้อย่างแน่ชัด นักวิชาการชาวลังกาบางท่านเชื่อว่า ในปัจจุบัน
วัดมูลโสมะทรุดโทรมกลายเป็นเทวาลัยชื่ออมุนเนครสัม ในอำเภอหลาวกะ เมืองอนุราธบุรี หากมีพระ
สิงหลชื่อพระธรรมรัตนะแสดงความเห็นว่า วัดมูลโสมะน่าจะเป็นวัดที่อยู่ในบริเวณเมืองท่ากาเวรีทาง
อินเดียตอนใต้ ทั้งยังสันนิษฐานว่าชื่อ นัมพะ มิใช่ภาษาลิงหล แต่เป็นภาษาอินเดียตอนใต้]