ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
คำว่า ฌญาธิวาสํ (อันเป็นที่สถิตของผู้มีบุญ) มีความหมายว่า เป็นที่พำนักของ
พระเถระผู้มีบุญมีพระหินทเถระเป็นต้นผู้อาศัยอยู่เป็นรูปแรกในวัดนั้น โดยแท้จริงแล้ว
แม้พระมหาเถระผู้อาศัยอยู่เป็นรูปแรกในวัดนั้น ในคัมภีร์ธาตุวงศ์ก็เรียกว่า พระหินทเถระ
เพราะท่านเป็นวงศ์ของพระมหาหินทเถระผู้ยังชาวลังกาให้เลื่อมใส
คำว่า อุทิโตทิตํ แปลว่า ซึ่งรุ่งเรืองยิ่ง หมายความว่า รุ่งเรืองยิ่งในเกาะลังกา
ทั้งหมดเหมือนดั่งพระจันทร์เพ็ญกลางนภา
คำว่า ปัญญาวทาตคุณโสภิตะ คือ ผู้งดงามด้วยคุณอันหมดจดด้วยอำนาจของ
อริยมรรคปัญญาหรือปัญญาคือความเชี่ยวชาญในปริยัติธรรมเป็นต้น ภิกษุเหล่านั้นมีความ
ละอาย รังเกียจบาป
คำว่า มญฺณนฺตุ แปลว่า จงรำลึก
คำว่า ปุญฺญวิภโยทยมงคลาย แปลว่า เพื่อความเป็นมงคลคือความเจริญแห่งบุญ
อันไพบูลย์
ในคาถานั้น พึงประกอบบทว่า ด้วยบุญอันไพบูลย์นี้ ขออนุชนรุ่นหลังจงรำลึกถึง
วัตตมูลโสมะ ซึ่งรุ่งเรืองยิ่ง อันเป็นที่สถิตของผู้มีบุญ และรำลึกถึงภิกษุทั้งหลายมี
พระหินทเถระ เป็นต้นผู้พำนักอยู่ในวัดนั้น ผู้งดงามด้วยคุณอันหมดจดด้วยอำนาจของ
ปัญญา มีความละอาย ตราบสิ้นสุดจตุกยุค เพื่อความเป็นมงคลคือความเจริญแห่งบุญอัน
ไพศาล อีกนัยหนึ่ง ขอภิกษุเหล่าอื่นผู้งดงามด้วยคุณอันหมดจดด้วยอำนาจของปัญญา มี
ความละอาย จงรำลึกถึงวัตตมูลโสมะนั้น
ด้วยคำดังกล่าว พระอนุรุทธเถระแสดงบุญพิเศษคืออนุสสตานุตตริยะ (การระลึก
ที่ยอดเยี่ยม) ในบรรดาอนุตตริยธรรม ๖ และแสดงแนวทางให้เกิดความอุตสาหะว่า พวกเรา
ก็จักเป็นผู้มีส่วนแห่งคุณเช่นนั้น
[อนุตตริยะ คือ ความยอดเยี่ยม มี ๖ ประการ ดังนี้
- ทัสสนานุตตริยะ ความยอดเยี่ยมแห่งการเห็น คือ การพบพระรัตนตรัย และการรู้เห็น
สัจจะ ๔