Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

พระเจ้าสีหสุระผู้ทรงช้างเผือกสี่เชือก (พ.ศ. ๑๘๙๓-๑๙๐๒) แม้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ก็
นิพนธ์คำ ในลักษณะนี้ดังปรากฏในหนังสือประชุมพระราชนิพนธ์ภาษาบาลีในรัชกาลที่ ๔ ภาค ๒
(หน้า ๓) ว่า

อฏฐมิยํ ซีตักขนุนคาเม นิปชฺชึ (ขึ้น ๘ ค่ำ พักนอนที่บ้านซีดักขนุน)
นวมิยํ พยุเด่นปพฺพตาสุนเน นิปชฺชึ (ขึ้น ๙ ค่ำ พักนอนที่บ้านพยุเด่น)
ทสมิยํ โกรกพระคาเม นิปชฺชึ (ขึ้น ๑๐ ค่ำ พักนอนที่บ้านโกรกพระ)]

คำว่า สาเก (ในจุลศักราช) คือ ในยุคที่เรียกว่า กลียุค

[ยุคมี ๔ เรียกว่า จตุรยุค คือ กำหนดเวลาของโลกตั้งแต่ต้นกัป พจนานุกรมสันสกฤต
ชื่อว่า ศัพท์กัปทรูมุะ (เล่ม ๔ หน้า ๔๓) กล่าวถึงเรื่องของจตุรยุคไว้ว่า

- กฤดายุค ระยะเวลาที่มนุษย์ทำความดีครบบริบูรณ์ มี ๑,๗๒๘,๐๐๐ ปีตั้งแต่ต้นกัป
- ไตรดายุค ระยะเวลาที่มนุษย์ทำความดีเศษสามส่วนสี่ของความดีทั้งหมดมี๑,๒๙๖,๐๐๐
ปีถัดจากนั้น

- ทวาบรยุค ระยะเวลาที่มนุษย์ทำความดีเพียงสองส่วน มี ๘๖๔,๐๐๐ ปีต่อมา
- กลียุค ระยะเวลาที่มนุษย์ทำความดีเพียงส่วนเดียว มี ๔๓๒,๐๐๐ ปีต่อจากนั้น]

พึงสัมพันธ์[บทที่ห่างกัน]ว่า ข้าพเจ้าได้ประพันธ์คัมภีร์ฎีกานามว่า ปรัมตถทีปนี

คำว่า แลดีติ วิสุสตฺตาลเย (วัดป่าปรากฏนามว่า แลดี) คือ วัดป่าที่ปรากฏนาม
เช่นนี้

[คำว่า แลดี มาจากคำพม่าว่า แล = นา, ดี = สร้าง วัดแลดี แปลตามศัพท์ว่า
“วัดนาสร้าง” ชื่อว่า แลดี นี้ตอนแรกเป็นชื่อป่าแห่งหนึ่งในจังหวัดโมงยวาที่ถูกหักร้างถางพงสร้างเป็นนา
ต่อมาเมื่อสร้างนาเป็นวัดก็ได้ชื่อว่า วัดแลดี (วัดนาสร้าง) แม้เจ้าอาวาสในวัดนั้นก็ปรากฏนามว่า ท่าน
อาจารย์แลดี หรือ แลดีสยาตอ ตามชื่อวัด

คำว่า ติ มาจากคำพม่าและบาลีว่า แลดี + อิติ เหมือนคำว่า ไสปยินติ ข้างต้น]

คำว่า สาเรสุนํ แปลว่า ผู้แสวงหาแก่นสาร

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka