ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
๑๗. นามเป็นปัจจัยแก่นามรูป มี ๕ ปัจจัย คือ เหตุ องค์แห่งการเพ่ง และองค์มรรคเป็นปัจจัยแก่นามรูปที่เกิดร่วมกับตน ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัยเป็นต้น
เจตนาที่เกิดร่วมเป็นปัจจัยแก่นามรูปที่เกิดร่วม[กับเจตนานั้น]
เจตนาที่เกิดในขณะต่างกัน เป็นปัจจัยแก่นามรูปที่เกิดขึ้นเพราะกรรมด้วยอำนาจของกรรมปัจจัย
วิบากขันธ์ [นามขันธ์ที่เป็นวิบาก] เป็นปัจจัยแก่นามซึ่งกันและกัน และเป็นปัจจัยแก่รูปที่เกิดร่วมกัน ด้วยอำนาจของวิปากปัจจัย
๑๘. นามเป็นปัจจัยแก่รูป มีอย่างเดียว คือ ธรรมที่เป็นจิตและเจตสิกที่เกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดมาก่อนแล้ว ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย
๑๙. รูปเป็นปัจจัยแก่นาม มีอย่างเดียวเท่านั้น คือ วัตถุรูป ๖ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณธาตุ ๗ ดวงในปวัตติกาล อารมณ์ ๕ เป็นปัจจัยแก่ปัญจวิญญาณวิถีจิต ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย
๒๐. ปัญญัติ นาม และรูปเป็นปัจจัยแก่นามเท่านั้น มี ๒ ปัจจัย คือ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย
๒๑. ในบรรดาปัจจัย ๒ อย่างนั้น อารมณ์มี ๖ อย่างโดยจำแนกเป็นรูปารมณ์เป็นต้น
๒๒. ส่วนอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย ๑ อนันตรูปนิสสยปัจจัย ๑ ปกตูปนิสสยปัจจัย ๑
๒๓. ในบรรดาอุปนิสสยปัจจัย ๓ อย่างนั้น อารมณ์ที่บุคคลใส่ใจ เป็นอารัมมณูปนิสสยปัจจัย