ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
มหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่กันและกัน และเป็นปัจจัยแก่อุปาทายุรูป
วัตถุรูป ๖ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณธาตุ ๗
๓๑. อาหารปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ กพฬีการาหารเป็นปัจจัยแก่ร่างกายนี้ อาหารที่เป็นนามธรรมเป็นปัจจัยแก่นามรูปที่เกิดร่วมกัน
๓๒. อินทริยปัจจัยมี ๓ อย่าง คือ ปสาทรูป ๕ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณ ๕ รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนรูป (รูปที่เกิดแต่กรรม เรียกอีกอย่างว่า กรรมชรูป หรือกัฏตารูป)
อินทรีย์ที่เป็นนามเป็นปัจจัยแก่นามรูปที่เกิดร่วมกัน
๓๓. วิปปยุตตปัจจัยมี ๓ อย่าง คือ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ในขณะปฏิสนธิ ธรรมคือจิตและเจตสิกเป็นปัจจัยแก่รูปที่เกิดร่วมกัน ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย ธรรมคือจิตและเจตสิกที่เกิดขึ้นภายหลังเป็นปัจจัยแก่ร่างกายนี้ที่เกิดขึ้นก่อนด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย วัตถุรูป ๖ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณธาตุ ๗ ในปวัตติกาลด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย
๓๔. อัตถิปัจจัยและอวิคตปัจจัยนี้มี ๕ อย่างคือ สหชาตปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย ทุกประเภท กพฬีการาหารซึ่งเป็นอาหารปัจจัย และรูปชีวิตินทรีย์ปัจจัย
๓๕. ปัจจัยทั้งปวงย่อมถึงการรวมเข้าในอารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย กรรมปัจจัย และอัตถิปัจจัย
๓๖. อนึ่ง ในปัฏฐานนัยนี้ คำว่า สหชาตรูป (รูปที่เกิดร่วมกัน) พึงทราบว่ามี ๒ อย่างในปัจจัยทั้งปวง ด้วยประเภทของรูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐานในปวัตติกาล และด้วยประเภทของกัฏตารูปในปฏิสนธิกาล