ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
๓๗. โดยประการดังนี้ ธรรมทั้งหลายที่เป็นไปใน ๓ กาลได้ตามสมควร หรือที่พ้นแล้วจากกาล ทั้งที่เป็นภายในและภายนอก ทั้งที่เป็นสังขตะและอสังขตะ ย่อมดำรงอยู่ ๓ อย่าง คือ บัญญัติ นาม และรูป ชื่อว่า ปัจจัย ๒๔ ในคัมภีร์ปัฏฐานโดยประการทั้งปวง
๓๘. ในบรรดาธรรมทั้งสามนั้น รูปธรรม ก็คือรูปขันธ์นั่นเอง ธรรม ๕ อย่าง คือ นามขันธ์ ๔ ที่เรียกว่า จิตและเจตสิก พร้อมด้วยนิพพาน [รวมเป็น ๕] เรียกว่า อรูป หรือ นาม
๓๙. ส่วนที่เหลือจากนามรูปดังกล่าวนั้น เป็นบัญญัติ มี ๒ อย่างคือ [สัทท]บัญญัติที่ทำให้รู้[อัตถ]บัญญัติและสภาวธรรม และอัตถบัญญัติที่พึงรับรู้ได้ด้วยสัททบัญญัติ
๔๐. อัตถบัญญัติเป็นอย่างไร
แผ่นดินและภูเขาเป็นต้น ถูกบัญญัติเรียกโดยประการนั้นๆ โดยอาศัยอาการเปลี่ยนแปลงของมหาภูตรูปนั้นๆ [เช่นสูงขึ้นไปก็เป็นภูเขา]
บ้าน รถ และเกวียนเป็นต้น ถูกบัญญัติเรียกโดยประการนั้นๆ โดยอาศัยการประชุมกันของส่วนประกอบต่างๆ
ผู้ที่เป็นชายเป็นต้น ถูกบัญญัติเรียกโดยประการนั้นๆ โดยอาศัยขันธ์ ๕
ทิศและกาลเวลาเป็นต้น ถูกบัญญัติเรียกโดยประการนั้นๆ โดยอาศัยการโคจรของพระจันทร์เป็นต้น
หลุมและถ้ำเป็นต้น ถูกบัญญัติเรียกโดยประการนั้นๆ โดยอาศัยลักษณะที่เป็นช่องว่าง
กลิ่นและนิมิตเป็นต้น ถูกบัญญัติเรียกโดยประการนั้นๆ โดยอาศัยมหาภูตรูปที่เป็นอารมณ์นั้นๆ และวิธีการภาวนาเฉพาะอย่าง